วันพฤหัสบดีที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2560

TPIPL จะ Turnaround ?


TPIPL เป็นหุ้นในตำนานผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายปี มีช่วงหนึ่งกำลังจะ growth โปรเจกเพียบแต่ต้องมาตกหลุมนิดหน่อย เขาจะกลับมา Turnaround ได้หรือไม่ แผนการเป็นอย่างไร มาดูกันคร้าบบบบ

สภาพปัญหา TPIPL


มาดูด้านหนี้สินกันก่อน ดูหนี้ก็ไม่แย่นะครับ ใกล้ๆกับทุน ไม่น่าห่วนเท่าไรนัก ที่หนี้สินดูน้อยส่วนหนึ่งเพราะมีการตีราคาสินทรัพย์เพิ่มครับเลยทำให้สินทรัพย์โตและส่วนทุนเพิ่มขึ้นตาม


ความอยู่รอดหุ้น TPPL
มาดูที่ความสามารถในการใช้สินทรัพย์ในการสร้างรายได้ของ TPIPL กันบ้างจะเห็นว่า TPIPL มีการขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง สินทรัพย์โตทุกปี มีปัญหานิดเดียวคือรายได้ไม่โตตาม เหมือนว่าสินทรัพย์ที่ลงทุนไปยังไม่สร้างรายได้กลับมาเท่าไรนัก โครงการอนาคตมีเยอะทั้งทำโรงไฟฟ้าขยะขนาดใหญ่มาก โรงงานปูนใหม่ โรงงานวัสดุก่อสร้างต่าง ปุ๋ยชีวภาพก็มี

การสร้างเงินสดหุ้น TPIPL

มาดูที่วงจรเงินสดกันบ้างจะเห็นว่า TPIPL มีวงจรเงินสดค่อนข้างยาวที่ 169 วัน ความหมายคือบริษัทต้องกันเงินไว้รวมๆกันถึง 169 วันเลยทีเดียว ส่วนใหญ่วงจรเงินสดที่เพิ่มขึ้นมาจากสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น กว่าของจะระบายหมดใช้เวลาถึง 170 วัน และมีแนวโน้มสูงขึ้นติดกันสามปีแล้ว

วงจรเงินสด TPIPL

ในส่วนของการทำกำไรจะเห็นว่ารายได้ไม่โตเท่าไรนัก ส่วนหนึ่งมาจากความต้องการใช้ปูนหดตัวจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว แต่กำไรหดตัวอย่างรุนแรง เป็นผลมาจากในปี 2558 ได้มีการเปลี่ยนวิธีบันทึกบัญชีใหม่ โดยสินทรัพย์ที่เคยตีราคาเป็นราคาตลาดแล้วทำให้สินทรัพย์เพิ่ม ทุนเพิ่ม จากเดิมที่เคยนำค่าเสื่อมราคาของสินทรพัย์ที่ตีเพิ่มไปตัดเนียนๆในส่วนทุนโดยตรง ผู้สอบบอกว่ารายจ่ายส่วนนี้ต้องนำมาอยู่ในงบกำไรขาดทุนแทน ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ก็ไม่มากไม่น้อย 1,295 ล้านเท่านั้นเอ้งงงง



การทำกำไร TPIPL
โดยรวมงบการเงินก็ไม่เด่นอะไรมากมายนักส่วนหนึ่งมาจากการลงทุนที่เยอะ และผลจากค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้น

การแก้ไขปัญหา


ทุกปัญหาต้องมีทางออก หลังจากที่ TPIPP ลงทุนโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่กว่า 440MW ที่น่าจะเปิดจ่ายไฟและผลิตได้เต็มกำลังการผลิตในปี 2561 การนำลูกเข้ามา IPO ในตลาดหลักทรัพย์จะมีส่งผลให้ส่วนทุนของ TPIPP โตขึ้น และ่ส่วนทุนของ TPIPL จะโตจากส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม หนี้สินจะลดลงเพราะเอาเงิน IPO มาโป๊ะหนี้ แต่กำไรยังไม่เพิ่มเนื่องจากต้องรอโครงการโรงไฟฟ้าของ TPIPP เปิดใช้งานซะก่อน

การนำบริษัทย่อย TPIPP เข้าตลาด

หลังจากดันลูกเข้าตลาดมีเงินมาปลดหนี้ปลดสิน ก็ถึงคิวของค่าเสื่อมราคาเจ้าปัญหา 1,295 ล้าน ในวันที่ 30 มีนาคมบริษัทได้ลงประกาศข่าวในตลาดหลักทรัพย์[2]ว่า "การเปลี่ยนนโยบายการบัญชีสำหรับการวัดมูลค่าที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ จากวิธีการตีราคาใหม่เป็นวิธีราคาทุน" ผลกระทบก็คือ สินทรัพย์ส่วนที่เคยตีราคาขึ้นมันก็หายไป ค่าเสื่อมราคาก็หายไปด้วย เมื่อค่าเสื่อมหายกำไรก็โผล่ เยี่ยมจริงๆ

ค่าเสื่อมลดกำไรเพิ่ม ยังไม่จบครับ ในเชิงทฤษฎีค่าเสื่อมเหมือนการกันเงินไว้ในกิจการ ในอนาคตถ้าสินทรัพย์เสื่อมค่าไปจนหมดอายุขัย จะได้เอาเงินที่เก็บไว้มาลงทุนซ้ำได้ธุรกิจได้เดินต่อไป สำหรับสินทรัพย์ที่ตีมูลค่าใหม่ตามราคาตลาด แสดงว่าถ้าลงทุนใหม่ก็จะลงทุนเท่ากับหรือใกล้เคียงมูลค่าสินทรัพย์ที่ตีขึ้น การปรับลดค่าเสื่อมจะทำให้ว่าที่สินทรัพย์หมดอายุจะต้องกู้เงินมาเยอะเพื่อลงทุนใหม่หรือไม่ต้องดูกันต่อไปครับ อ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความอ.สรรพงษ์ [2] ครับ

สรุปก็คือปัญหาน่าจะแก้ได้ อีกเรื่องที่ต้องดูคืออนาคตบริษัทจะสามารถเติบโตได้ตามแผนงานที่วางไว้หรือไม่ ถ้าสามารถทำได้ กำไรก็จะกลับมาเติบโตได้ครับ สู้ต่อไป TPIPL

อ้างอิง
[1]https://www.set.or.th/set/newsdetails.do?newsId=14908310643151&language=th&country=TH
[2]การตีราคาสินทรัพย์กับผลกระทบทางการเงินในมุมทั้งงบการเงินและการเงินธุรกิจ https://www.facebook.com/sanpong.limthamrongkul/posts/10210369780499295



ติดตามเราได้ที่ Website : http://www.investidea.in.th
Facebook : http://www.facebook.com/investidea.in.th
Line ID : @investidea.in.th ใส่@นำหน้าด้วย

สัมมนาวิเคราะห์หุ้นด้วยปัจจัยพื้นฐาน 

ดูรายละเอียดและตารางอบรมได้ที่http://www.investidea.in.th/p/value-investor.html
หรือสอบถามราบละเอียดและลงทะเบียนได้ที่ Line; pat4310, หรือโทร 086-503-5023 เพิ่มเพื่อน

วันพฤหัสบดีที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2560

ส่องงบการเงินกลุ่มลิซซิ่งกรณีศึกษา GL


หุ้น GL หรือบริษัท บริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) กำลังเป็นหุ้นยอดฮิตหลังจากราคาหุ้นวิ่งนิวไฮยังกะอะไรดี วันดีคืนดีผู้สอบบัญชีให้ข้อสังเกตนิดเดียวราคาหุ้นร่วงไป 3 floor มาสืบจากรายงานผู้สอบกันครับว่ามีอะไรบ้าง

งบแสดงฐานะการเงิน



สินทรัพย์รวมมี 17,000 ล้าน เพิ่มจากปี 2558 70% จากหมื่นกว่าล้าน แสดงว่ามีเครื่องจักรสร้างรายได้เพิ่มขึ้น

ลูกหนี้เช่าซื้อ


โดยปกติสินทรัพย์ส่วนใหญ่ของธุรกิจลิซซิ่งคือเงินให้สินเชื่อซึ่งก็คือยอดไฮไลท์สีเหลืองๆครับ สองยอดรวมกันประมาณ 6,000 ล้านโตไม่ค่อยเยอะเท่าไรเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

เงินให้กู้ยืม


สินเชื่อที่โตเยอะๆจะเป็นสีเขียวๆที่ไฮไลทไว้รวมๆกันประมาณ 4000ล้าน คือลูกหนี้เงินให้กู้ยืมที่ผู้สอบบัญชีให้ข้อสังเกตไว้ โดยสรุปก็คือเป็นเงินให้สินเชื่อบริษัทเกี่ยวข้องกันโดยนำหลักทรัพย์คือหุ้น GL มาค้ำประกัน คิดดอกเบี้ยหลายก้อนเฉลี่ยแล้วประมาณร้อยละ 17 มันเยี่ยมจริงๆ ผู้ถือหุ้น GL ก็ต้องลุ้นอย่าให้หนี้ก้อนหนี้เป็นหนี้เสีย ถ้ายังไม่เสียก็รับรู้รายได้ต่อไป ผู้สอบบอกว่ารายได้จากส่วนนี้ประมาณร้อยละ38ของกำไรในงบรวมเท่านั้นเอง

ไม่เป็นไรมีหุ้นสินทรัพย์ค้ำประกัน ไม่จ่ายก็ยิดที่ดิน หุ้นมาขายคืนในตลาดได้ !!!!! แต่ตอนนี้ทาง gl ใจดีลูกค้าขอเลือนการชำระให้ยาวขึ้นเราก็เลือนให้ จะเห็นว่าส่วนของเงินต้นมาอยู่ตรงสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนซะเยอะ ตอนนี้ก็จ่ายดอกเบี้ยร้อยละ 17 ไปก่อน ว่างๆค่อยมาจ่ายเงินต้นแปลกๆดี

 มาดูความสามารถในการชำระเงินของลูกหนี้สองรายฮอตฮิตกันบ้าง สิ้นปี 2558 ไม่มียอดค้างชำระ พอมา 2559 เริ่มมีค้างชำระส่วนปี 2560 ไปวัดใจกันต่อครับผม โชคดีครับ

เงินลงทุนในบริษัทร่วม


สีแดงๆคือเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่ประเทศศรีลังกา

ใช้เงินลงทุนไป 2489 ล้าน ระหว่างงวด 59 ได้กำไรมา 48 ล้าน ทำให้เงินลงทุนปลายปี 59 เพิ่มเป็น 2545 ล้าน และไม่เคยได้รับปันผล ดูจากตารางที่สอง ตีคร่าวๆลงทุน 2500 ได้กำไรมา 50 ล้านใน 3 เดือน เพราะพึ่งรวมงบมาในใตรมาศ 4 เป็นผลตอบแทนประมาณ 2% ทั้งปีถ้าคูณ 4 ก็ 8% ดีกว่าฝากแบงค์เนาะ

และเมื่อวัดมูลค่าหุ้นตอนสิ้นปี 2559 หุ้นตกนิดหน่อย ทำให้ถ้าขายหุ้นตามราคาตลาดจะได้เงินกลับมา 1200 ล้าน ขาดทุนจิ็บๆตีตัวเลขกลมๆประมาณ 2500-1200= 1300 ล้าน แต่เนื่องจากเป็นบริษัทรวมทำให้ราคาหุ้นขึ้นลงของบริษัทร่วมไม่เกี่ยวกับ GL ครับ เรารับรู้แค่ส่วนแบ่งกำไรใแต่ละปีครับ ถ้าเป็นเงินลงทุนเพื่อค้าตัวเลขขาดทุน 1300 ล้านจะบันทึกเป็นยอดขาดทุนในกำไรขาดทุนครับ

ส่วนสีม่วงๆคือเงินจ่ายล่วงหน้า เงินลงทุนในบริษัทย่อยๆที่ประเทศพม่า ไปอ่านต่อได้ที่หมายเหต 2.2 ยังไม่จ่ายเงินเต็มก็วางเงินมัดจำไว้ก่อน

สินทรัพย์รอการขาย


ที่น่าสนใจอีกตัวคือสินทรัพย์รอการขายครับ ยิดรถมาเพี่ยบเลย เพิ่มจาก 30 ล้านมาเป็น 50 ล้าน

โดยสรุปแล้วคือบริษัทกำลังวางแผนเติบโตครับอาจดูแปลกๆหน่อยตามที่ไฮไลทไว้ไปเติบโตด้วยการลงทุนที่หลากหลายจนงงว่ากลยุทธ์คืออะไร จริงๆอยากเห็นโตด้วยเงินให้สินเชื่อตามสีเหลืองๆมากกว่า


งบกำไรขาดทุน




รายได้จากสินเชื่อโตนิดหน่อย โตเยอะๆจากให้ผู้ถือหุ้นยืมดอกร้อยละ 17 ผู้สอบบัญชีเขียนไว้ในหมายเหตประกอบงบการเงินข้อ 9 ว่า กำไรจากส่วนนี้คิดเป็นร้อยละ 38 ของกำไรรวมในงบการเงินรวมสำหรับปี 2559 เลยทีเดียว แสดงว่าคนที่ถือหุ้นตัวนี้ต้องลุ้นครับว่า ลูกหนี้ก้อนนี้ต้องห้ามมีปัญหา

โดยรวมแล้วงบการเงินของ GL ก็โตด้วยวิธีไม่ธรรมดา สำหรับนักลงทุนที่ไม่ธรรมดาก็สามารถเลือกลงทุนได้ครับผม โชคดีครับ



ติดตามเราได้ที่ Website : http://www.investidea.in.th
Facebook : http://www.facebook.com/investidea.in.th
Line ID : @investidea.in.th ใส่@นำหน้าด้วย

สัมมนาวิเคราะห์หุ้นด้วยปัจจัยพื้นฐาน 

ดูรายละเอียดและตารางอบรมได้ที่http://www.investidea.in.th/p/value-investor.html
หรือสอบถามราบละเอียดและลงทะเบียนได้ที่ Line; pat4310, หรือโทร 086-503-5023 เพิ่มเพื่อน

วันศุกร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2560

3จุดดูว่าหุ้นมีปัญหาการเงินหรือไม่กรณีศึกษา CHOW EFORL IFEC


การกู้ยืมเงินมาทำธุกิจถ้ากู้ยืมมาแต่พอดีและจัดการได้จะทำให้กำไรเติบโตและราคาหุ้นพุ่งกระฉูด ส่วนหุ้นที่มีปัญหาเรื่องหนี้สินราคาหุ้นจะไม่ค่อยไปไหน เพราะวันๆเจ้าของบริษัทไม่ต้องทำอะไร วิ่งหาเงินมาโป๊ะหนี้ทั้งระยะสั้นและระยาว ไม่เหลือสมองมาคิดเรื่องการเติบโตเอาวันนี้ให้รอดก่อน ถ้าไม่รอดคือล้มละลาย วิธีดูว่าบริษัทจะรอดหรือไม่ดูง่ายๆดังนี้ครับ

อัตราส่วนความอยู่รอด CHOW
ที่มา ตลาดหลักทรัพย์ สรุปสาระสทเทศบริษัทจดทะเบียน

อัตราส่วนความอยู่รอด EFORL
ที่มา ตลาดหลักทรัพย์ สรุปสาระสทเทศบริษัทจดทะเบียน

อัตราส่วนความอยู่รอด IFEC
ที่มา ตลาดหลักทรัพย์ สรุปสาระสทเทศบริษัทจดทะเบียน

1.ดูโครงสร้างของหนี้สิน


บริษัทที่จัดโครงสร้างหนี้สินได้เหมาะสมชีวิตจะสบายใจครับหลักการจำง่ายๆคือ
  • สั้นสั้น : สินทรัพย์หมุนเวียน คู่กับ หนี้สินหมุนเวียน
  • ยาวยาว : สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน คู่กับ หนี้สินไม่หมุนเวียน
โครงสร้างเงินทุนที่เหมาะสมต้องดูธุรกิจด้วยครับ ถ้าเป็นธุรกิจบริการที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเยอะๆ ส่วนใหญ่จะกู้ยาวเป็นหลัก สำหรับธุรกิจซื้อมาขายไปที่สินทรัพย์หมุนเวียนเยอะๆ ส่วนใหญ่หนี้สินก็จะเป็นหนี้สินหมุนเวียน

ถ้าใช้เงินผิดประเภทเช่นกู้สั้นมาลงยาวชีวิตก็เหนื่อยหน่อย กู้ยาวมาลงสั้นไม่เป็นไร

อัตราส่วนทางการเงินที่ใช้ดูประกอบด้วย

อัตราส่วนสภาพคล่อง สินทรัพย์หมุนต่อหนี้หมุนมากกว่า 1 ดีแสดงว่ามีสินทรัพย์ที่แปลงเป็นเงินสดใน 1 ปีมากกว่าหนี้ที่ต้องจ่ายใน 1 ปี

modify current ratio การตีความเหมือน อัตราส่วนสภาพคล่อง แต่เปลี่ยนจาก สินทรัพย์หมุนเป็น เงินสดดำเนินงาน มาจากความเชื่อว่าหนี้สินระยะสั้นควรจ่ายจากเงินสดดำเนินงาน ค่ามากกว่า 0.4 ชีวิตก็สดใสแล้ว แต่ถ้าค่าติดลบก็เหนือ่ยหน่อย

หนี้สั้นต่อหนี้รวม หนี้รวมจะคิดเฉพาะหนี้ที่มีดอกเบี้ย (เงินกู้เบิกเกินบัญชี + หนี้ระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระใน 1 ปี + หนี้ระยะยาวสุทธิจากส่วนที่ถึงกำหนดชำระใน 1 ปี ) ถ้าบริษัทที่หนี้สั้นเกิน 30% ผู้บริหารจะต้องเก่งมากหมุนเงินกันหัวปั่น

มาดูกรณีศึกษากันบ้าง

CHOW 

ในงวด 9 เดือน 2559
อัตราส่วนสภาพคล่อง  0.63 ไม่ถึง 1 แสดงว่ามีสินทรัพย์หมุนน้อยกว่าหนี้หมุน
modify current ratio -0.15 แสดงว่ากระแสเงินสดดำเนินงานติดลบ เงินดำเนินงานไม่พอจ่ายหนี้สั้นต้องวิ่งหาเงิน
หนี้สั้นต่อหนี้รวม 0.74 หนี้ส่วนใหญ่เป็นหนี้สั้น แต่ธุรกิจที่กำลังก้าวไปคือโรงไฟฟ้า เป็นสินทรัพย์ระยะยาวน่าจะกู้ยาวจะเหมาะว่า

EFORL


ในงวด 9 เดือน 2559
อัตราส่วนสภาพคล่อง  0.5 ไม่ถึง 1 แสดงว่ามีสินทรัพย์หมุนน้อยกว่าหนี้หมุน
modify current ratio -0.2 แสดงว่ากระแสเงินสดดำเนินงานติดลบ เงินดำเนินงานไม่พอจ่ายหนี้สั้นต้องวิ่งหาเงินหัวปั่น
หนี้สั้นต่อหนี้รวม 0.71 หนี้ส่วนใหญ่เป็นหนี้สั้น แต่ธุรกิจที่กำลังก้าวไปคือเครื่องมือแพทย์ วุฒิศักดิ์คลีนิค และเครื่องสำอางค์ภายใต้แบรนด์ snail 8

ฟังจาก opp day ผู้บริหารจะแก้ปัญหาโดยการนำ วุฒิศักดิ์คลีนิคเข้า ipo ในตลาดหลักทรัพย์เพื่อนำเงินมาลดหนี้ต่อไป สู้ๆคร้าบ

IFEC

ในงวด 9 เดือน 2559
อัตราส่วนสภาพคล่อง  0.33 ไม่ถึง 1 แสดงว่ามีสินทรัพย์หมุนน้อยกว่าหนี้หมุน
modify current ratio -0.03 แสดงว่ากระแสเงินสดดำเนินงานติดลบ เงินดำเนินงานไม่พอจ่ายหนี้สั้นต้องวิ่งหาเงินหัวปั่น
หนี้สั้นต่อหนี้รวม 0.46 หนี้ส่วนใหญ่เป็นหนี้สั้น แต่ธุรกิจที่กำลังก้าวไปคือโรงไฟฟ้า เป็นสินทรัพย์ระยะยาวน่าจะกู้ยาวจะเหมาะว่า
ทั้งสามตัวมา pattern เดียวกันคือหนี้สั้นค่อนข้างเยอะ กระแสเงินสดดำเนินงานติดลบ และสินทรัพย์หมุนเวียนค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับหนี้สินหมุนเวียน

ถ้าถามผู้บริหารก็จะบอกว่าอยู่ในช่วงลงทุน รอเก็บเกี่ยวแป้บ ส่วนคนมองงบการเงินก็ต้องเอาใจช่วยหน่อย

2.ดูภาพรวมหนี้สิน


ภาพโดยรวมของหนี้สิน ดูจากอัตราส่วน DE ratio ครับ ถ้าหนี้เยอะๆเกิน 1.5 เท่า ก็เอาใจช่วยผู้บริหารหน่อย

DE ratio ของ set จะคำนวณจาก หนี้รวมทั้งหมด หารด้วย ทุนของบริษัท
ใน ตารางจะคำนวณจาก หนี้ที่มีดอกเบี้ย หารด้วย ทุนรวม (รวมส่วนได้เสียไม่มีอำจควบคุมด้วย) เพื่ออยากรู้ภาพรวมหนี้สินของทั้งกลุ่มธุรกิจ ค่าอาจไมเหมือนตลาด


จากตาราง DE ของ CHOW 6.42 EFORL 1.06 IFEC 1.67 ในภาพรวม DE ของ CHOW เยอะสุด มาเอาใจช่วยกันครับ

3.ดูความสามารถในการชำระหนี้สิน


หนี้สินมากๆเราก็ไม่กลัวถ้ามีปัญญาจ่ายหนี้นะ ใน factsheet ของ set ไม่มีอัตราส่วนความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ยโดยตรง ผมจึงดูจากอัตราส่วนระยะเวลาคืนหนี้ (payback period) คำนวณจาก หนี้ที่มีดอกเบี้ย หารด้วย กระแสเงินสดจากการดำเนินงานหลังหักดอกเบี้ย

จากตาราง payback period ของ CHOW -18.40 ปี  EFORL -5.64 ปี  IFEC -156.33 ปี ค่าติดลบแสดงว่าบริษัทไม่มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน มาจ่ายเงินต้น มาเอาใจช่วยทั้ง 3 บริษัทกันครับ

จะเห็นว่าการวิเคราะห์เรื่องหนี้สินไม่ยากเลยครับ ใช้ตัวเลขจาก factsheet มองแป้บเดียว ก็รู้แล้วว่าบริษัทจะเหนือยในการหาเงินจ่ายหนี้หรือไม่ เจริญในการลงทุนทุกท่านครับ 



ติดตามเราได้ที่ Website : http://www.investidea.in.th
Facebook : http://www.facebook.com/investidea.in.th
Line ID : @investidea.in.th ใส่@นำหน้าด้วย

สัมมนาวิเคราะห์หุ้นด้วยปัจจัยพื้นฐาน 

ดูรายละเอียดและตารางอบรมได้ที่http://www.investidea.in.th/p/value-investor.html
หรือสอบถามราบละเอียดและลงทะเบียนได้ที่ Line; pat4310, หรือโทร 086-503-5023 เพิ่มเพื่อน