วันพุธที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2557

บริษัทที่แจก warrant ฟรี ดีจริงหรือ

มีมีิตรสหายท่านหนึ่งส่งคำถามมาดังนี้

เมื่อวานอ่านหนังสือเรี่อง การเพิ่มทุน รวมถึงการแจกวอเแรนต์ ฟรี พวก ฟรีวอแรต์ ที่ให้เราฟรีในกระดานวอแรนต์ ที่มุลค่า 0 มีสองคำถามครับ

1.กระดานหุ้นแม่ เวลา dilute มันคิดยังไงครับ  เพื่อไจะได้รู้่ว่า dilute ไปเทาไหร่
2. พอวันราคาเปิดในกระดาาน warant  วันจะราคาเทาไหร่ แล้วคนที่เข้ามาซื้อเอาหุ้นเพื่อเอา waarant ฟรี นี้  กะขายวันราคาเปิดของกระดาน warant เลยหรือครับ
รบกวนด้วยครับ

ตอบ

1. การมี warrant จะทำให้เกิด dilution effect จากตัวอย่าง earth แจกหุ้น warrant ในอัตราส่วน 2.1 หุ้นเดิม ต่อ 1 หุ้นใหม่ ที่ราคาใช้สิทธ์ 7 บาท ราคาแม่อยู่ 5.95 ดังนั้น dilution effect จะเท่ากับ

  • 1.1Control Dilution = จำนวนหุ้นใหม่ / (จำนวนหุ้นเดิม + จำนวนหุ้นใหม่) = 1/(2.1+1) =32% วันหมดอายุ 15/09/2562 แสดงว่าหมดอายุหลังจากวันออกอีก 5 ปี แสดงว่า ใน 5 ปีจากนี้บริษัทต้องทำการเติบโตเฉลี่ยคร่าวๆปีละ 32/5=6.4% ถ้าทำไม่ได้แสดงว่าอีก 5 ปีถ้า warrant มีการใช้สิทธ์ EPS จะลดลง หุ้นก็จะตก
  • 1.2 price Dilution ไม่มีเพราะราคาใช้สิทธ์แพงกว่าราคาแม่


2. เปิดมาราคา warrant ควรเป็นเท่าไร ปกติ

  • ราคาแม่  = ราคาใช้สิทธ์ + ราคาwarrant

ดังน้นถ้าบริษัทแจกหุ้นwarrant ให้มาฟรีๆ ราคาที่เทรดวันแรกก็ควรเท่ากับ
ราคาwarrant =  ราคาแม่ - ราคาใช้สิทธ์ + มูลค่าจากเวลา(time value)

มูลค่าจากเวลา(time value) ที่มาบวกเข้าไปเพราะกว่าจะใช้สิทธ์แปลงเป็นหุ้นแม่ก็หลายปีเราถือไว้ถ้าแม่ขึ้นเราอาจได้ capital gain ได้ เยี่ยมจริง

แต่หุ้นหลายตัว ราคาแม่ ณวันที่ออกยังน้อยกว่าราคาใช้สิทธ์ อย่าง earth-w4 ราคาใช้สิทธ์อยู่ที่ 7 บาท ในที่ประชุม ก็ไม่สามารถคำนวณได้เพราะราคาแม่ยังอยู่แค่ 5.95 บาทเอง ที่ปรึกษาการเงินบอกว่าแล้วแต่ตลาดจะให้ละกัน

 กรณีศึกษาวันที่หุ้นลูกเข้า
ลองคำนวณผลตอบแทนภายใต้สมมติฐานว่าซื้อก่อน XW 1 วันเพื่อรับสิทธ์แล้วขายเลยที่ราคาปิดอีกวัน รอรับ warrant ลุ้นว่าจะได้ราคามาเท่าไร
หุ้น Earth-w4 XW วันที่ 2 กค ราคาปิดก่อน XW อยู่ที่ 5.95 ราคาปิดวันที่ 2 อยู่ที่ 5.5 แปลว่าจะขาดทุนไปหุ้นละ 0.45 บาท
ถือทนไปซักพัก
Earth-w4 เข้าเทรดวันที่ 15/08/2557, ราคาปิดหุ้น warrant วันแรกอยู่ที่ 0.98
ก็ยังได้กำไรกินหนมนิดหน่อย เนาะ 0.98 - 0.45 = 0.53

สรุปทนๆไปได้กำไรเท่ากับ 0.53/5.95 =8.9% ยินดีด้วยคร้าบ ส่วนคนที่คิดจะถือยาวๆ ต้องลุ้นว่าบริษัทจะทำกำไรโตปีละ 6.4% ได้หรือเปล่า





วันพฤหัสบดีที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2557

การใช้ PBV ในการประเมินมูลค่าหุ้น

PBV = จ่ายเงินซื้อที่ p ได้ BV กลับบ้าน
ฺBV = book value = สินทรัพย์ - หนี้สิน = เอาสินทรัพย์ทั้งหมดไปขายแล้วหักหนี้ได้เงินกลับบ้าน
ใช้ PBV กับโรงงาน แปลว่าคุณคิดจะซื้อบริษัทเอาโรงาน ลูกหนี้ สต็อกสินค้า ไปขายหักหนี้ได้เงินกลับบ้าน
ใช้ PBV กับธนาคาร แปลว่าคุณคิดจะซื้อบริษัท ไปนั่งทวงลูกหนี้ทุกราย ได้เงินมาจ่ายคืนผู้ฝากเงิน เหลือเท่าไรก็เอาเงินกลับบ้าน
ถ้าตัดสินใจด้วย PBV แสดงว่าคุณกำลังเล่นกับสินทรัพย์ของบริษัทว่าเงินที่จ่ายไปคุ้มหรือไม่
PBV โดยส่วนตัวผมไม่ชอบใช้เพราะผมไม่ต้องการเอาซากโรงงานมานอนกอดที่บ้าน แต่ต้องการกระแสเงินสดที่บริษัทผลิตได้มากกว่า เช่นเงินปันผล

ปัจจัยที่กำหนด PBV 

ต่อให้ชีวิตวุ่นวายอีกนิด เมื่อกี้บอกว่าเราต้องการกระแสเงินสดที่บริษัทผลิตได้ก็คือเงินปันผล
จาก DDM เรารู้ว่า P = D/k-g (1)
ให้

  • D = กำไร x อัตราการจ่ายเงินปันผล 
  • = E x b (2)

แทนค่า (2) ใน (1)

  • P = (E x b)/k-g

หารด้วย BV ทั้งสองข้างเพื่อหา PBV

  • PBV = ((E x b)/k-g)/BV
  • =((E/BV)xb)/k-g
  • =(ROExb)/k-g

จากสมการหุ้นจะเทรดที่ PBV สูงขึ้นถ้า

  • ROE สูงขึ้น ถ้าใช้ Dupon system
    • ROE = profit margin x asset turnover x financial leverage
    • แสดงว่า ROE จะสููงขึ้น ถ้า การทำกำไรดีขึ้น สินทรัพย์หมุนได้ดีขึ้น และกู้มาเยอะๆ
  • อัตราการจ่ายเงินปันผล (b) สูงขึ้น จุดนี้ต้องพิจารณาจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงานว่ามีหรือไม่ ธุรกิจอยู่จุดไหนของการเติบโต โตมากอาจจ่ายปันผลน้อยหน่อย การลงทุนทุนสินทรัพย์ถาวร
  • ผลตอบแทนที่คาดหวัง (k) ลดลง อย่าไปโลภมากหวังอะไรเยอะ 55555
  • การเติบโต (g) ธุรกิจยิ่งโตคนยิ่งยอมซื้อในราคาที่แพงขึ้น

หุ้นตัวนี้ควรเทรดที่ PBV กี่เท่าดี

จากบทความของ อ.สรรพงษ์ [1] "การหา-pe-ที่เหมาะสมทางทฤษฎีเพื่อกำหนดกรอบราคาในการลงทุน" เรารู้ว่า
  • PE = b/(k-g)
  • = b/(risk free + beta)
แทนค่าเข้าไปจะได้
  • PBV = ROE x (b / (risk free + beta))
    • ROE ใช้ค่าเฉลี่ยยาวๆๆๆๆๆ 
    • b = เงินปันผล / กำไร : เงินปันผลจ่ายหาจากงบกระแสเงินสดส่วนใหญ่จะซุกไว้ในงบกระแสเงินสดจากการจัดหาเงิน ส่วนกำไรก็ใช้กำไรสุทธิของปีที่แล้ว ที่ต้องเหลื่อมไป 1 ปีก็เพราะ กว่าจะปิดงบ ปีและประชุมผู้ถือหุ้นจ่ายปันผลได้ ก็ล่วงเวลาไปอีกปีละ 
    • risk free ใช้พันธบัตร 1 ปี ก็ราวๆ 2.5%
    • ค่าเบต้า ผมใช้กราฟของ efinanc thai ก็มี หรือเร็วๆก็เว็ปหุ้นปันผลก็มีข้อมูล
ถ้าราคาปัจจุบัน PBV สูงกว่าที่คำนวณก็แพงไปหน่อย

[1]https://www.facebook.com/notes/sanpong-limthamrongkul/การหา-pe-ที่เหมาะสมทางทฤษฎีเพื่อกำหนดกรอบราคาในการลงทุน/10202892649375690 

วันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2557

งบกระสแเงินสดบอกอะไร

ภาพแสดงงบกระแสเงินสด
กระแสเงินสดในกิจการแบ่งเป็นสามกิจกรรมที่ต้องตัดสินใจ
1กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน CFO
  • บอก รายได้ รายจ่าย และการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์หมุนเวียน รายการหลักคือลูกหนี้ สินค้าคงเหลือ และเจ้าหนี้การค้า
  • ทำให้ทราบว่ากิจการมีรายการปรับปรุงทางบัญชีอะไรบ้าง 
    • รายจ่ายที่ไม่ใช่เงินสดจะถูกนำมาบวกกลับ ส่วนใหญ่เกิดจากการปรับปรุงมูลค่าของสินทรัพย์ให้ลดลง หรือหนี้สินสูงขึ้น เช่นหนี้สงสัยจะสูญ ค่าเผื่อสินค้าเสื่อมคูณภาพ ปรับลดมูลค่าสินค้าคงเหลือ ขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ ขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงของเงินลงทุน สำรองหนี้สินคดีความ สำรองหนี้สิน สำรองผลประโยชน์พนักงาน
    • รายได้ที่ไม่ใช่เงินสดจะถูกนำมาหักออกไป ส่วนใหญ่เกิดจากการปรับปรุงมูลค่าของสินทรัพย์ให้เพิ่มขึ้น หรือหนี้สินสูงลดลง ส่วนใหญ่ก็เป็นการกลับรายการของข้อเมื้อกี้แหละจำง่ายๆ
  • แสดงให้เห็นการจัดประเภทรายการให้อยู่ถูกที่ถูกทางเข่น ปันผลรับ ดอกเบี้ยรับก็หักออกจาก CFO ไปอยู่ CFI กำไรจากการจำหน่ายสินทรัพย์ ก็หักออกจาก CFO ไปแสดงยอดเงินสดรับทั้งหมด (มูลค่าบัญชี + กำไร) ใน CFI 
  • ใครมีพวก one time gain/lose อะไรเราเห็นหมด
  • การเปลี่ยนแปลงใน สินทรัพย์หมุนเวียน และหนี้หมุนเวียน (สินทรัพย์เพิ่มเงินลด หนี้เพิ่มเงินเพิ่ม) ให้ดู ระยะเวลาเก็บหนี้ ระยะเวลาขายสินค้า ระยะเวลาชำระเจ้าหนี้และวงจรเงินสดประกอบว่าเงินที่หมุนๆอยู่ปกติหรือไม่
2. กระแสเงินสดจากการลงทุน

  • เป็นการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน (สินทรัพย์เพิ่มเงินลด )
  • รายการส่วนใหญ่ควรเป็นเงินลงทุนในที่ดินอาคารอุปกรณ์ แสดงว่าเอาเงินไปขยายกิจการตัวเอง
  • ถ้าเป็นเงินลงทุนในบริษัทย่อย ร่วม ก็ต้องไปดูว่าบริษัทที่ซื้อมาดีจริงหรือไม่
  • กระแสเงินสดจากการลงทุนส่วนใหญ่ไปทำอะไรที่ไม่เกี่ยวกับธุรกิจหลักถือว่าอาการน่าเป็นห่วง
  • ให้ดู ROA อัตราหมุนเวียนสินทรัพย์ประกอบ ว่าที่ลงทุนไปใช้งานคุ้มไหม
3. กระแสเงินสดจากการจัดหาเงิน
  • เป็นการเปลี่ยนแปลงในหนี้ และส่วนของผู้ถือหุ้น (หนี้ ทุน เพิ่มเงินเพิ่ม)
  • ถ้าเงินสดจากการดำเนินงานติดลบไม่ดี กิจการต้องหมุนเงินหัวปั่น
  • ดู DE ratio ROE ประกอบการวิเคาะห์

อัตราส่วที่เกี่ยวข้องกับกระแสเงินสด
  • คุณภาพกำไร = CFO หลังหักดอกเบี้ย / กำไรสุทธิ : กำไรทางบัญชีควรเป็นเงินสดด้วยจะดีมาก
  • Modified Interest Coverage ratio (MICR, ความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ย) = CFO ก่อนหักดอกเบี้ย / ดอกเบี้ยจ่าย : ถ้าเยอะๆแสดงว่าบริษัทมีกระแสเงินสดมาจ่ายดอกเบี้ยได้ บังคับกลายๆว่า CFO ต้องเป็นบวกถึงมีเงินมาจ่ายดอกเบี้ยได้
  • Modified Payback Period = หนี้ที่มีดอกเบี้ย / CFO หลังดอกเบี้ย : หนี้ที่มีใช้เวลากี่ปีจ่ายหมด 
  • Modified Current Ratio = CFO / หนี้หมุนเวียน ค่าประมาณ 0.4 ดี มองว่ามีเงินสดมาจ่ายหนี้หมุนเวียนหรือไม่ ถ้ามีสภาพคล่องสดใส่
  • Reinvestment ratio = เงินลงทุนในที่ดินอาคารอุปกรณ์(CFI) / ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย (CFO) : ถ้าค่ามากๆ จะบอกว่าบริษัทลงทุนเยอะอนาคตจะโตได้ แต่ต้องดู ROA ROE ประกอบอย่าให้ค่าตก ไม่งั้นจะโตไม่แกร่ง

ศึกษาเรืองอัตราส่วนของงบกระแสเงินสดเพิ่มเติมได้ที่ facebook อ.สรรพงษ์ 
https://www.facebook.com/notes/sanpong-limthamrongkul/อัตราส่วนทางการเงินสำหรับการวิเคราะห์งบกระแสเงินสด/10202590070651411