วันพุธที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

แจก excel สรุปงบไตรมาส 1 2018


งบการเงินหุ้นไตรมาส 1 ออกครบแล้วงบใครเด่นโหลดไปส่องลงทุนกันได้เลยครับผม
การโหลดให้กดเบาๆตรงมุมล่างขวาของตารางนะครับผม
เจริญในการลงทุนทุกท่านครับ




ติดตามเราได้ที่ Website : http://www.investidea.in.th
Facebook : http://www.facebook.com/investidea.in.th
Line ID : @investidea.in.th ใส่@นำหน้าด้วย

สัมมนาวิเคราะห์หุ้นด้วยปัจจัยพื้นฐาน 

ดูรายละเอียดและตารางอบรมได้ที่http://www.investidea.in.th/p/value-investor.html
หรือสอบถามราบละเอียดและลงทะเบียนได้ที่ Line; pat4310, หรือโทร 086-503-5023 เพิ่มเพื่อน

วันจันทร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

แจก EXCEL คำนวณ Money management DW กันพอร์ทพัง


DW เป็นสินค้าที่นักลงทุนหลายคนเข้ามาเล่นเพราะมีการเคลื่อนไหวรุนแรง แซงทุกทางโค้ง แต่การความผันผวนที่มากถ้าไม่มีการคำนวณ Money Management ที่ดีๆ ซื้อในปริมาณที่ไม่เหมาะสมทำให้นักลงทุนหลายคนพอร์ทพังได้ง่ายๆ ความยากของการคำนวณ Money Management ของ dw คือราคาลูกจะล้าไปกับตัวแม่ทำให้ต้องคำนวณหลายชั้น บทความนี้จะสอนการคำนวณแบบง่ายๆครับ


1.โหลด EXCEL 


เข้าไปโหลดที่ link นี้ได้เลยครับผม
https://www.dropbox.com/s/0mgetb1dtj3r45e/lab%20dw13.xlsx?dl=0

2.ใส่ชื่อหุ้นแม่



รอแป้บ excel จะโหลดข้อมูลของ DW มาให้ จะบอกว่า ค่าสูงสุดในตารางเป็นเท่าไร และต่ำสุดเป็นเท่าไร ถ้าใส่ราคาแม่ไม่อยู่ในค่า max min ตารางจะ error ไม่มีค่า

3.ดูกราฟตัวแม่แล้วใส่ราคาเป้าและจุดคัลลอส


จะเล่น DW ต้องมีการวางแผน ราคาซื้อ ราคาขาย และจุดคัทลอสให้ดีไปดูกราฟตามสูตรของท่านแล้วนำค่ามาใส่ตาราง

DW ฝั่ง call



จะเห็นว่าสมมติจะซื้อ BBL ที่ 195 มองเป้า 210 คัทลอสที่ 190 บาท จะได้กำไร 7% ขาดทุน 2.56% คิดเป็น RR Ratio ที่ 3 เท่า

DW ฝั่ง put







ถ้าใส่ชื่อฝั่ง PUT เราต้องมองแม่ขาลงคือขายก่อนและซื้อกลับที่ราคาต่ำกว่า ตารางใส่ราคาจะเปลี่ยนให้เราใส่ราคาขาย และซื้อกลับข้างล่าง ถ้าราคาขึ้นเราจะคัทลอส

นำราคาแม่มาเทียบกับตาราง



การนำราคาหุ้นไปเปรียบเทียบกับตารางราคา DW

เมื่อได้ราคาของแม่ที่จะซื้อจะขายแล้วจะนำเราคาแม่ไปเทียบกับตารางว่าแม่เท่านี้จะเป็นราคาลูกเท่าไรโดยที่ระดับราคาเดียวกัน ราคาลูกก็จะเปลี่ยนไปดังนั้นเราต้องวางแผนดีๆ

เมื่อนำราคาแม่ที่เป็นฝั่ง call ไปเทียบกับตารางจะเห็นว่า ตามราคาที่วางแผนไว้ ถ้าราคาแม่วิ่ง 7.7% ตัวลูกสามารถวิ่งได้ถึง 80% คนก็เลยกะรวยจาก DW กันเลยทีเดียว แต่โดนทีก็โดนไม่ใช่น้อยเพราะสามารถขาดทุนได้ถึง 20% คนส่วนใหญ่จะตกม้าตายตรงนี้เพราะมองแต่ได้ ไม่มองผลเสีย

ในช่อง RR Ratio คือ Risk Reward Ratio จะบอกว่าเงินที่ได้เป็นกี่เท่าของที่เสียไป ในตัวอย่างคือได้เป็น 4 เท่าของที่เสีย

4. คำนวณ Money Management จำนวนเงินเหมาะสมที่จะซื้อหุ้น


หลังจากดูแล้วว่าจุดซื้อตรงไหนที่ได้เปรียบเราจะมาคำนวณเงินกันว่าไม้นี้จะใส่เงินเท่าไรดี ส่วนใหญ่อยากรวยก็ใส่กันเยอะๆ อัดกันหมดพอร์ท (All in) พอพลาดขึ้นมาก็พอร์ทพัง


เราต้องกำหนดสมมติฐานการลงทุนมาก่อนประกอบด้วย
  • ขนาดพอร์ท ณวันนี้เรามีมูลค่าพอร์ทเท่าไร เท่ากับ เงินสด + มูลค่าหุ้นตามราคาตลาด จากตัวอย่างมีเงินและหุ้นตามราคาตลาดที่ 1,000,000 บาท
  • Risk ที่รับได้ คือการคำนวณว่าถ้าถุงจุดคัทลอสแล้วต้องตัดขาดทุน เราจะยอมให้มูลค่าพอร์ทลดลงเท่าไร ในตัวอย่างกำหนดไว้ที่ 2% แสดงว่าไม่ว่าจะคัทลอสที่เท่าไร เราจะยอมขาดทุนเต็มที่ 2% ของมูลค่าพอร์ท จากตัวอย่างมีเงิน 1,000,000 บาท ยอมรับ risk ได้ที่ 2% แสดงว่าเรายอมขาดทุนได้ 20,000 บาท สมมติเราขาดทุนไปแล้ว 20,000 มูลค่าพอร์ทรอบหน้าจะเหลือ 980,000 ถ้าเรารับขาดทุนได้ 2% เท่าเดิมเงินขาดทุนจะเหลือ 19,600 จะทำให้เราซื้อน้อยลงโดยอัตโนมัติ
  • ถือกี่วัน ถ้าซื้อจบในวันนั้นเลยใส่เลข 1 ถ้าจะถือต่อหลายวันระบบจะดึงของวันอื่นมาให้ จะเห็นว่าเล่น DW ถือนานๆ ถ้าออกที่แม่ราคาเดิม จุดคัทจะต่ำลง ขาดทุนเพิ่มอีก ถ้าเรากำหนด Risk ไว้เท่าเดิม เราจะซื้อหุ้นได้จำนวนที่น้อยลง
  • ค่าคอมมิสชั่นใส่ตามที่เราได้เลยครับ

การคำนวณ money management จากจุดคัทลอส


 เริ่มต้นจากคำนวณจำนวนหุ้นที่ซื้อแล้วทำให้ขาดทุนเท่ากับ  Risk ที่ตั้งไว้

ขนาดพอร์ท x Risk ที่รับได้ = (ราคาขาย x (1-ค่าคอม) - ราคาซื้อ x (1+ค่าคอม)) x จำนวนหุ้น
จำนวนหุ้น = (ขนาดพอร์ท x Risk ที่รับได้ ) / ( (ราคาขาย x (1-ค่าคอม) - ราคาซื้อ x (1+ค่าคอม)) )

เมื่อได้จำนวนหุ้นแล้วก็หาจำนวนเงินว่าใช้เงินกี่บาท

จำนวนเงินที่ซื้อ = จำนวนหุ้น x ราคาซื้อ


จากตารางเราจะสามารถซื้อได้จำนวน
จำนวนหุ้นที่ซื้อได้     675,789.83 หุ้น
จำนวนเงินที่ซื้อ     101,368.47 บาท
สัดส่วนของพอร์ท    10.14% ของพอร์ท

การคำนวณ Money Management จาก ATR

เราต้องยอมรับธรรมชาติของหุ้นว่า จะต้องมีการแกว่งตัว ไปตามเหตปัจจัย และไม่อยู่ในอำนาจการสั่งการของเรา จุดซื้อกำหนดได้แต่จุดออกตลาดจะบอกเองว่าจะได้ออกทีี่ เป้า หรือ จุดคัทลอส

ATR จะบอกว่าใน 14 วันที่ผ่านมา เฉลี่ยแล้วขึ้นลงประมาณเท่าไรต่อวัน  ค่า ATR ของหุ้นแต่ละตัวดูได้จากกราฟของ Efin โดยใส่ indicator ATR ลงไปในกราฟ

การดูค่า ATR จากกราฟของดปรแกรม Efin
การคำนวณ Money management จะต้องใส่ค่าเพิ่มอีก 2 ค่าคือ ATR ที่ดูจากกราฟ และจำนวนเท่าที่รับได้ จากตัวอย่าง ATR อยู่ที่ 0.222 และรับความเสี่ยงได้ 1.5 เท่าของความผันผวนปกติในรอบ 14 วัน

จำนวนหุ้นที่ซื้อได้     600,600.60     หุ้น
จำนวนเงินที่ซื้อ     90,090.09     บาท
สัดส่วนของพอร์ท    9.01%    ของพอร์ท

ถ้าใช้ ATR จะเห็นว่ายิ่งหุ้นเป็นเทรนด์ชัดเจน ATR จะเพิ่มขึ้น ทำให้เมื่อคำนวณแล้วจะซื้อหุ้นได้ในจำนวนที่น้อยลง ป้องกันการไล่ราคาไปในตัว

ตาราง money management สำเร็จรูป


การคำนวณ money management สำเร็จรูป
ไม่ต้องคิดมาก ดูว่าปกติเราคัทลอสกี่ % แล้วแต่ละไม้ยอมขาดทุนได้กี่ % ของพอร์ท
สมมติคัทลอสที่ 20% และเรายอมขาดทุนได้ 2% ของพอร์ท เราจะซื้อใช้เงินประมาณ 10% ของพอร์ท
ถ้าพอร์ทเรามี 1,000,000 บาทก็จะซื้อได้ 100,000 บาท ซื้อได้กี่หุ้นก็หารราคาซื้อเข้าไปจบ


จะเห็นว่าถ้าเรามีการวางแผน money management ตั้งแต่แรกอาจไม่รวยมากแต่พอร์ทไม่พังก็อยู่ในตลาดได้เรื่อยๆ จากสมการจะสรุปได้ว่า

  • ยิ่งพอร์ทเรารับความเสี่ยงต่อไม้ได้มากขึ้นเท่าไรจำนวนเงินที่ซื้อต่อไม้ก็จะมากขึ้นเท่านั้น
  • เมื่อขาดทุน พอร์ทเล็กลง ควรใช้เงินซื้อน้อยลง ไม่ใช่อัดเพิ่มเพื่อเอาคืน
  • ยิ่งจุดคัทลอสลึกเท่าไร ยิ่งซื้อน้อยลง
  • หุ้นที่ผันผวนมากๆยิ่งซื้อน้อยลง
  • จังหวะที่หุ้นวิ่งแรงๆการไล่ราคาควรใช้เงินน้อย เพราะเมื่อเกิด trend แสดงว่าเกิดความผันผวนที่มากขึ้นผิดปกติเมื่อคำนวณด้วย ATR จะทำให้ซื้อน้อยลง




ติดตามเราได้ที่ Website : http://www.investidea.in.th
Facebook : http://www.facebook.com/investidea.in.th
Line ID : @investidea.in.th ใส่@นำหน้าด้วย

สัมมนาวิเคราะห์หุ้นด้วยปัจจัยพื้นฐาน 

ดูรายละเอียดและตารางอบรมได้ที่http://www.investidea.in.th/p/value-investor.html
หรือสอบถามราบละเอียดและลงทะเบียนได้ที่ Line; pat4310, หรือโทร 086-503-5023 เพิ่มเพื่อน

วันอังคารที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2561

ส่องงบหุ้นนิคม AMATA WHA ROJNA TFD รับ EEC


หุ้นนิคม AMATA WHA ROJNA TFD เป็นหุ้นที่ตลลาดนิยมเล่นกันต้อนรับกระแส EEC ตลาดเชื่อกันว่าถ้า EEC เกิดขึ้นได้จริงตามแผน นิคมอุตสาหกรรมเหล่านี้จะได้รับประโยชน์ มาดูกันครับว่างบการเงินของใครจะแจ่มน่าลงทุนกว่ากัน

เรื่องหนี้สิน


โครงสร้างหนี้

หุ้นนิคมอุตสาหกรรมส่วนใหญ่เป็นหุ้นที่มีสัดส่วนหนี้สินค่อนข้างสูง ส่วนใหญ่มากกว่าร้อยละ 50 ของสินทรัพย์รวม เมื่อนำมาเปรียบเทียบกัน TFD น่าเป็นห่วงที่สุดเพราะมีหนี้สินจำนวนมาก และหนี้สินส่วนใหญ่เป็นหนี้ระยะสั้นถ้าจัดการไม่ดีมีโอกาสมีปัญหาทางการเงินได้

ความสามารถในการชำระหนี้หุ้นนิคม

เมื่อดูความสามารถในการชำระหนี้จะเห็นว่าส่วนใหญ่มีระดับหนี้สิน DE Ratio ที่ค่อนข้างสูง และมีระยะเวลาชำระหนี้ท่ค่อนยาวด้วย โดยมีระยะเวลาคืนหนี้ Payback Period มากกว่า 10 ปี แสดงว่ากระแสเงินสดในแต่ละปีของหุ้นนิคมถ้าเอามาจ่ายหนี้ใช้หนี้จนเหงือกแห้งเลยกว่าจะหมด และที่น่าเป็นห่วงสุดคือ TFD ที่กระแสเงินสดติดลบแสดงว่าไม่มีเงินสดเพียงพอจ่ายหนี้

ในภาพรวมความสามารถในการชำระหนี้ของกลุ่มนิคมถือว่าไม่ดีเท่าไรนัก แต่ก็ถือว่าเป็นธรรมชาติของหุ้นกลุ่มอสังหาอยู่แล้ว

การใช้ประโยชน์สินทรัพย์




โครงสร้างสินทรัพย์และรายได้


จะเห็นว่าส่วนหญ่หุ้นนิคมส่วนใหญ่สินทรัพย์จะเป็นสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนที่มีอายุมากกว่า 1 ปี บริษัทที่มีสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนมากที่สุดคือ WHA ซึ่งสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนส่วนใหญ่จะเป็นค่าความนิยมจากการเข้าไปซื้อกิจการนิคมเหมราช 17,000 ล้าน เงินเงินลงทุนในกอง Reit และ โรงไฟฟ้า

จากอัตราส่วนหมุนเวียนทรัพย์สิน จะเห็นว่าสินทรัพย์ที่มี 1 บาทจะนำไม่สร้างรายได้ได้ประมาณ 0.2 บาท คนที่แหกโค้งเพื่อนคือ TFD สร้างรายได้ได้แค่ 0.1 บาทน่าเป็นห่วงมาก

วงจรเงินสดหุ้นนิคม

หุ้นนิคมอุตสาหกรรมก็เหมือนหุ้นอสังหาที่รายได้ส่วนหนึ่งมากจากการขายที่ดินในนิคม ซึ่งถูกบันทึกไว้ในสินค้าคงเหลือในงบการเงิน จะเห็นว่าคนที่ตุนทีี่ไว้เยอะสุดหรือไม่ก็ขายไม่ออกคือ  คือ TFD ที่วงจรเงินสดยาวกว่า 3,400 วัน เงินจมในที่หนักมาก รองลงมาคือ AMATA มีวงจรเงินสด 1,229 วัน WHA 870 วัน และ ROJNA ขายไวสุด 326 วัน ต้องของเป็นกำลังใจให้ TFD ว่าจะเป็นอย่างไร ขายที่ไม่ออกซวย

การลงทุนและผลตอบแทนหุ้นนิคม


 จะเห็นว่าหุ้นที่มีการลงทุนสูงในปีที่ผ่านมาคือ AMATA และลงทุนรองลงมาคือ TFD ที่จากอัตราส่วน Reinvestment ratio ที่แสดงการลงทุนในที่ดินอาคารอุปกรณ์เทียบกับค่าเสื่อมมีค่าสูงถึง 8.93 และ 5.07 ตามลำดับ ROJNA มีการลงทุนนิหน่อย และบริษัทที่ไม่ลงทุนคือ WHA เพราะส่วนใหญ่จะเป็นการขายสินทรัพย์เข้ากองทุนมาเพื่อการชำระหนี้ที่กู้มาซื้อเหมราช

เมื่อดูผลตอบแทนที่สินทรัพย์สร้างได้ในรูปเงินสด จาก Ratio CFroi จะเห็นว่าส่วนใหญ่สร้างผลตอบแทนได้ประมาณ 3-6% แต่ที่แย่สุดคือ TFD ไม่สามารถสร้างผลตอบแทนรูปเงินสดได้เลย


ความสามารถในการทำกำไร


สัดส่วนรายได้และรายได้อื่น

เมื่อพิจารณาสัดส่วนของรายได้และรายได้อืนจะเห็นว่า บริษัทที่มีรายได้อื่นส่วนใหญ่จะเป็นกำไรจากการขายสินทรัพย์เข้ากองทุนค่อนข้างเยอะคือ WHA และ TFD สัดส่วนรองลงมาคือ AMATA และ ROJNA



ดูความสามารถในการทำกำไรกันบ้าง คนที่กำไรขั้นต้นดีสุดคือ AMATA รองลงมาคือ WHA TFD  ต่ำสุดคือ ROJNA  แต่คนที่มีปัญหามากสุดคือ TFD ที่มีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารกว่า 32% ของยอดขายทำให้ขาดทุนตั้งแต่กำไรดำเนินงานยังไม่ทันได้หักดอกเบี้ยและภาษี ถือว่าน่าเป็นห่วงมาก TFD

อัตรากำไรและคุณภาพกำไร
เมื่อพิจารณาอัตรากำไรจะเห็นว่า AMATA WHA มีอัตรากำไรสุทธิที่ค่อนข้างสูง รองลงมาคือ ROJNA และแย่สุดคือ TFD

ในส่วนของคุณภาพกำไรส่วนใหญ่มีค่าต่ำกว่า 1 แสดงว่าบริษัทนิคืมส่วนใหญ่มีกำไรแต่ไม่ค่อยมีกระแสเงินสดเท่าไรนัก บริษัทที่คุณภาพกำไรต่ำกว่า 1 ไม่ค่อยเหมาะถือยาวเท่าไรนัก

ผลตอบแทน
เมื่อพิจารณา ROA ROE จะเห็นว่า ROA ของหุ้นนิคมสูงสุดคือ AMATA รองลงมาคือ WHA ROJNA และ TFD ส่วน ROE ส่วนใหญ่อยู่ระดับ 10% ขึ้นไปไม่แย่ ยกเว้น TFD ทีี่แย่ทั้ง ROA และ ROE


โดยสรุปภาพรวมงบของหุ้นนิคมเป็นหุ้นที่พื้นฐานไม่แกร่งเท่าไรนัก เนื่องจากมีหนี้สินในอัตราส่วนที่สูง และงบการเงินไม่สามารถสร้างเงินสดกลับมาให้ผู้ถือหุ้นได้เงินไปจมกับสินค้าคงเหลือเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นข้อแนะนำจึงควรเทรดระยะสั้นมากกว่าการถือหุ้นแบบยาวๆ


ติดตามเราได้ที่ Website : http://www.investidea.in.th
Facebook : http://www.facebook.com/investidea.in.th
Line ID : @investidea.in.th ใส่@นำหน้าด้วย

สัมมนาวิเคราะห์หุ้นด้วยปัจจัยพื้นฐาน 

ดูรายละเอียดและตารางอบรมได้ที่http://www.investidea.in.th/p/value-investor.html
หรือสอบถามราบละเอียดและลงทะเบียนได้ที่ Line; pat4310, หรือโทร 086-503-5023 เพิ่มเพื่อน