วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

5 ประเด็นสำคัญในการวิเคราะห์ MOAT ของธุรกิจ

การวิเคราะห์ Moat (คูเมือง) หรือแนวป้องกันธรกิจ เป็นสิ่งสำคัญที่นักลงทุนต้องให้ความสำคัญในการวิเคราะห์ เชิงคุณภาพ เพราะเกี่ยวข้องกับความได้เปรียบการแข่งขันระยะยาว และทำให้มูลค่ากิจการ เพิ่มสูงขึ้น บทความนี้จะเป็นบทความของ อ.สรรพงษ์ [1] เขียนประเด็นนี้ได้ละเอียดมาก เชิญอ่านโดยพลัน

"Charlie Munger ได้บอกว่าการบ่งบอกว่ากิจการใดเป็น a good business หรือ a bad business นั้น ให้พิจารณาว่า กิจการนั้นมี Moat (คูเมือง) หรือแนวป้องกันธรกิจหรือไม่ ซึ่งตัว Moat นี้ทาง Michael Porter เรียกว่า “sustainable competitive advantage” ความได้เปรียบการแข่งขันในระยะยาว

ในหลักการลงทุน Charlie Munger บอกว่าควรเลือกลงทุนในบริษัทที่ มี 4 ด้านคือ


  1. ธุรกิจที่มีปราการหรือคูเมืองที่ปกป้อง - A business with a moat,
  2. ธุรกิจที่นักลงทุนเข้าใจได้ง่าย - A business that can be understood by the investor,
  3. ฝ่ายบริหารที่มีความซื่อสัตย์ มีจริยธรรม - Management in place with integrity and talent, and
  4. ลงทุนในราคาที่เหมาะสม มีราคาที่มีส่วนต่างความปลอดภัย - A business that can be bought at an attractive price that gives an attractive margin of safety. 


หรือหากพิจารณาในด้านเป้ามายธุรกิจที่เคยกล่าวก่อนหน้าว่า เป้าหมายธุรกิจคือ Sustainable Shareholders’ Value Creation ซึ่งต้องมุ่งสู่สามเรื่องพร้อมๆ กันคือ 1. Make Profit 2. Generate Cash Flow 3. Stay Solvency ทั้งสามเรื่องนี้จึงลงทุนในธุรกิจที่มีลักษณะดังนี้


  1. มีความได้เปรียบการแข่งขันในระยะยาว (Long-term Competitive Advantage) – Generate Cash Flows
  2. มีความสามารถในการทำกำไรและรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะยาวได้ (Sustainable Profitability) – Make Profit
  3. มีความแข็งแกร่งทางการเงิน (Strong Financial Survival Structure) ทั้งระยะสั้นระยะยาว – Stay Solvency


ซึ่งสิ่งที่เหมือนกันคือ ธุรกิจที่มีปราการหรือคูเมืองที่ปกป้อง - A business with a moat ย่อมหมายถึงการมีมีความได้เปรียบการแข่งขันในระยะยาว (Long-term Competitive Advantage) นั่นเอง และในข้อนี้ย่อมทำให้บรรลุเป้าหมายอื่นๆ ได้ไม่ยาก ผู้บริหารที่มีความซื่อสัตย์ มีจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ ย่อยเน้นที่จะทำ White Ocean Strategy (WOS) ซึ่งเคยกล่าวมาก่อนหน้าแล้ว (Red Ocean Strategy ROS, Blue Ocean Strategy BOS และ White Ocean Strategy WOS) และการที่มี Integrity และมี Moat ย่อมมีความสามารถในการทำกำไรและรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะยาวได้ดี ดังนั้นไม่ว่าจะพิจารณามิติใด จะสอดคล้องกันเสมอ

ในการสร้าง Moat นั้น Charlie Munger บอกว่ามีอยู่ 5 ด้านหลักๆ คือ

1.การประหยัดต่อขนาดในแง่ผู้ผลิต - Supply-Side Economies of Scale


กิจการขนาดใหญ่ย่อมได้เปรียบกว่าเพราะสามารถสร้างจุดแข็งในด้านต้นทุน หรือเป็นผู้นำตลาด Low Cost Leadership ขนาดการลงทุนที่มาก แนะต้นทุนต่ำย่อมทำให้ผู้เข้าใหม่ต้องคิดหนักในการเข้ามาแข่งขัน เมื่อคู่แข่งน้อยลง ในด้าน 5 forces – Rival Competition – ก็กดดันน้อยลง

2.สินค้าธุรกิจสามารถนำไปใช้ได้กว้าง หลากหลายหรือมี Demand-side Economies of Scale (Network Effects) 


Demand Side Economies of Scale exists in those industries where the value of a product or service increases in accordance with the number of users of that product or service. ยิ่งมีผู้ใช้มากคุณค่าสินค้าหรือบริการยิ่งมากขึ้น หรือบางครั้งเรียกว่า Network Effects - is the effect that one user of a good or service has on the value of that product to other people. When a network effect is present, the value of a product or service is dependent on the number of others using it. ยิ่งใช้ยิ่งเพิ่มปริมาณผู้บริโภคไปเรื่อยๆ ที่เห็นชัดเช่น facebook เหมือนกับว่าใครๆ ก็ต้องใช้ ถ้าไม่ใช้ก็ตกเทรนด์ เป็นต้น

3.Brand แบรนด์ 


สินค้าที่มี Brand Loyalty หรือความภักดีต่อสินค้าสูง ย่อมทำให้ผู้เข้าใหม่แย่งชิงส่วนแบ่งตลาดยากซึ่งการสร้าง Brand Loyalty นี้สำคัญมากทีเดียวสำหรับธุรกิจผู้แข่งขันมากราย (Monopolistic Market) หรือต้องใช้กลยุทธ์แบบ Red Ocean Strategy ROS

4.Regulation กฎระเบียบ ข้อบังคับ 


บางอุตสาหกรรมผู้ที่จะเข้ามาประกอบธุรกิจ ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข ซึ่งมักกำหนดโดยรัฐ ซึ่งกลายเป็นเงื่อนไขปกป้องคนที่เข้ามาอยู่ก่อนในอุตสาหกรรม

5.Patents and Intellectual Property สิทธิบัตร สินทรัพย์ทางปัญญา นวัตกรรม (Innovation) 


สิทธิบัตร สินทรัพย์ทางปัญญา นวัตกรรม (Innovation)  ก็เป็นสิ่งปกป้องธุรกิจได้ดีอีกทางหนึ่ง ธุรกิจที่มุ่งสู่การหา ทะเลน้ำเงิน Blue Ocean Strategy BOS นับว่าเป็นสิ่งสำคัญ องค์กรใดใช้ BOS แต่ขาดการสร้าง Patents and Intellectual ก็จะไม่มีปราการปกป้องธุรกิจในระยะยาว

จะเห็นได้ว่า ไม่ว่าจะอยู่ในทะเลใด ทุกอุตสาหกรรมสามารถสร้างปราการหรือคูเมือง (Moat) ได้ทั้งนั้น อยู่ที่ใช้วิธีและการสร้างคูเมืองที่เหมาะกับรูปแบบธุรกิจด้วยหรือไม่

ในการสร้างแบรนด์นั้นมี เหตุผล 3 ข้อ ที่ลูกค้าจะเลือกแบรนด์ของคุณ Brand Warfare โดย David F. D Alessandro ได้สรุปประโยชน์ของแบรนด์ต่อลูกค้าไว้ได้น่าสนใจ 3 ประการ คือ


  1. ช่วยประหยัดเวลา 
  2. สร้างภาพลักษณ์ที่เหมาะสม 
  3. สร้างความรู้สึกเป็นพวกเดียวกัน 


การสร้าง Brand เป็นเรื่องที่กว้างใหญ่มาก เขียนกันได้เป็นๆ ทีเดียว ซึ่งในประเด็นนี้คือการพิจารณาใน Business Model เรื่อง Value Proposition เวลาผมเห็นวิเคราะห์กันหรือที่สอนๆ ในหมู่คนลงทุน ชอบที่จะพูดกันในเรื่อง Business Model พอเห็นวิเคราะห์ข้อแรกกันก็รู้ว่าผิดทางแล้ว เพราะมักจะสรุปแค่ขายอะไร บริษัทนี้ทำอะไร ผลิตอะไร ซึ่งไม่ใช่ความหมายที่แท้จริงการวิเคราะห์ด้วย Business Model เช่น ธุรกิจที่ขายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับความงาม ข้อแรกไม่ใช่สรุปว่า ขายผลิตภัณฑ์ความงาม เครื่องสำอางอะไร แต่ต้องบอกให้ได้ว่าธุรกิจนั้นนำเสนอคุณค่าใดที่แตกต่างหรือไม่ (อะไรคือ Value Proposition) ถ้าเรามองว่าไม่มี ไม่ชัด หรือคู่แข่งชัดกว่า ก็แสดงว่าไม่ใช่ธุรกิจเด่นแล้ว"

จากบทความจะเห็นว่า บริษัทที่มี MOAT หรือคูเมืองที่เข้มแข็ง ชีวิตการลงทุนก็จะดี้ดี ถือยาวได้สบายใจ โชคดีในการลงทุนครับ

ที่มา
[1] https://www.facebook.com/sanpong.limthamrongkul/posts/10206382243333358

ไม่มีความคิดเห็น :

โพสต์ความคิดเห็น

สงสัยอะไรถามได้ครับผม