วันจันทร์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2558

ประเมินมูลค่าหุ้นด้วยวิธีคิดลดเงินปันผล


ประเมินมูลค่าหุ้นด้วยวิธีคิดลดเงินปันผล
P = D/(k-g)
สูตรง่ายๆแต่สมมติฐานเบื้อหลังโหดสึด คือถ้าหุ้นตัวหนึ่งปันผลปีหน้าเท่ากับ D โตเรื่อยๆ ด้วยอัตราเท่ากับ g ไปถึงอนาคตอันไกลโพ้น (infinity) และเรามีผลตอบแทนที่คาดหวังจากการลงทุนเท่ากับ k เราจะยอมซื้อหุ้นตัวนี้สูงสุดที่ราคา P หรือมมองอีกมุมราคาที่คำนวณได้คือราคาหุ้นที่ทำให้ลงทุนไปยาวๆแล้วได้ผลตอบแทนเท่ากับ k นั่นเอง

เพื่อให้ชีวิตง่ายขึ้นลองย้ายข้างสมการใหม่ k = D/P + g จะได้ผลตอบแทนที่คาดหวังจะมาจากสองส่วนคือ ผลตอบแทนจากเงินปันผล D/P กับ capital gain คือราคาน่าจะโตเท่ากับการเติบโตของปันผล
เลยได้วิธีประเมินมูลค่าง่ายๆคือให้ตั้งผลตอบแทนที่คาดหวังไว้ซักตัว อยากได้เท่าไรจัดไป แล้วไปหาข้อมูล อัตราผลตอบแทนเงินปันผล กับการเติบโตมา แล้วมาเทียบกับ ผลตอบแทนที่เราคาดหวัง
D/P + g = k แปลว่าราคานั้นเหมาะสมลงทุนแล้วได้ผลตอบแทนที่เราคาคาดหวัง
D/P + g > k แปลว่าหุ้นตัวนั้นให้ผลตอบแทนมากกว่าที่คาดหวังราคานั้นถูกไป ให้ขายบ้านขายรถมาซื้อ
D/P + g< k แปลว่าหุ้นตัวนั้นให้ผลตอบแทนน้อยกว่าที่คาดหวังราคานั้นแพงไป ให้ไปรอเจ้ามือทุบซักหน่อยค่อยซื้อ

ตัวอย่างหุ้น mint ข้อมูลจาก bloomberg http://www.bloomberg.com/quote/MINT:TB
ซื้อราคา 35 บาทได้ปันผล 1.04% ย้อนหลัง 5 ปีปันผลโตปีละ 4.43%ถ้าอนาคตยังโตเหมือนเดิม แปลว่าซื้อราคานี้ถือไปยาวๆได้ผลตอบแทนทบต้นเท่ากับ 1.04+4.43 = 5.47%ต่อปี เนื้องจากอยากรวยไวขอผลตอบแทนที่คาดหวังkเท่ากับ 20% ต่อปี แปลว่าหุ้นตัวนี้แพงไปเพราะไม่ตอบโจทย์ ก็ไปหาหุ้นตัวอื่น

ข้อควรระวัง คือตัว g อัตราที่เอามาตั้งเป็นตัวแทนของการเติบโตในระยะยาววววววววววววไม่ใช่โตได้ปีเดียวปีต่อมาเน่า

ค่า k บางคนบอกกำหนดมาลอยๆไม่น่าเชื่อถือ ต้องใช้การประมาณการด้วย CAPM ก็ไม่ว่ากันจะได้ k = Rf + beta( Rm-Rf), Rf คือ risk free rate ใช้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล 1 ปี, beta คือความสัมพันธ์ของหุ้นกับset ถ้ามากกว่า 1 แปลว่า Set ขึ้น 1% หุ้นตัวนั้นขยับมากกว่า 1% ,Rm ใช้ผลตอบแทนของ SET ยาวๆเป็นตัวแทน

ไม่มีความคิดเห็น :

โพสต์ความคิดเห็น

สงสัยอะไรถามได้ครับผม