วันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2558

5ขั้นตอนวิเคราะห์หุ้น IPO กรณีศึกษา TFG

ได้หุ้น IPO ก็เหมือนถูกหวย คนพอร์ทเล็ก เทรดน้อยนานๆ เจ้าหน้าที่การตลาด (มาร์) จะกรุณาให้ซักที หุ้น IPO เป็นหุ้นที่ข้อมูลน้อย บทความนี้ก็จะชื้แหล่งข้อมูลในการวิเคราะห์ว่าหาจากไหน และจะประเมินมูลค่าอยางไร เป็นข้อมูลในการตัดสินใจว่าได้มาแล้วถือหรือจะปล่อยไปวันแรกดี บทความนี้จะเป็นตัวอย่างของหุ้น ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (TFG ) ครับผม

1.โหลด FILNG

Filling เป็นข้อมูลที่ ผู้ทำ IPO ต้องจัดทำและส่งข้อมูลให้ กลต พิจารณาว่าจะให้ผ่านเข้าซื้อขายในตลาดได้หรือไม่ มีด่านอรหันต์ หลายด่านเช่น การควบคุมภายใน ระบบบัญชีมาตรฐาน IFRS การขจัดความขัดแย้งเชิงผลประโยชน์ การเปิดเผยรายการระหว่างกัน ฯลฯ


ข้อมูล IPO ของ SET
กดที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่
ข้อมูล Filing ของบริษัทที่จะ IPO เข้าทำการซื้อขายที่ตลาดสามารถเข้าไปโหลดได้ที่
เข้าไปก็จะเจอข้อมูลประมาณนี้ เหมือนอ่าน 56-1 กันเลยทีเดียว ผมว่าไหนๆ จะเสียเงินแล้วก็อ่านซะหน่อยดีกว่า FA กลต จะได้ไม่เสียใจ โดยหัวข้อหลักๆ ที่อย่างน้อยควรอาน ก็ที่ผมทำสีเหลืองๆ เอาไว้

หัวข้อในเอกสาร Filing ที่ส่งให้ กลต

2.ดูลักษณะธุรกิจ

จากไฟล์ลักษณะการประกอบธุรกิจ ก็เป็นเศรษฐกิจพอเพียง เลี้ยงไก่ หมู ทำอาหารสัตรว์ ยอดขายหลักๆ มาจากธุรกิจไก่ ดังนั้นจะวิเคราะห์ก็เน้นไก่เป็นหลักเพราะกระทบรายได้มากกว่า
โครงสร้างรายได้
กดที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่
นอกจากโครงสร้างรายได้แล้ว เอกสารส่วนนี้ก็เหมือนรายงาน 56-1 ที่มีข้อมูลสภาพการแข่งขัน ว่าเป็นอย่างไร มีคู่แข่งใครบ้าง เราอยู่อันดับที่เท่าไร ใช้วิเคราะห์เชิงคุณภาพได้ ปัจจัยความเสี่ยง

ถ้าอยากรู้ว่ามีสินทรัพย์อะไรซุกๆไว้บ้างก็เข้าไปดูที่สินทรพัย์ที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ ก็จะมีที่ดินว่ามีกี่แปลง ราคาประเมินเท่าไร


3.ดูผลประกอบการ 

งบการเงินอ่านให้เข้าไปดูที่ไฟล์ "ข้อมูลทางการเงินที่สำคัญ" ดูเร็วๆ ให้ดูตรงอัตราส่วนทางการเงิน อยากเจาะลึกงบการเงินก็มีข้อมูลงบการเงินแต่ละปีให้โหลดได้ (ถ้าขยันอ่านนะ)
สรุปงบการเงิน
กดที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่

อัตราส่วนทางการเงิน
กดที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่

เรื่องหนี้สินจะเห็นว่า TFG เป็นบริษัทที่หี้สินเยอะๆ DE 3 เท่ากว่า

ในส่วนของการสร้างเงินสด สภาพคล่องก็พอใช้ได้ แต่ไม่ค่อยแกร่งมากเท่าไร เพราะอัตราส่วนสภาพคล่องกระแสเงินสด ติดลบหลายปี แสดงว่ากระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นลบ

ส่วนเรื่องวงจรเงินสดก็พอใช้ได้้อนข้างสม่ำเสมอที่น่าสนใจคือในปี 2554 ลูกหนี้การค้าค้างกับบริษัทเยอะ ระยะเวลาเก็บหนี้ 54 วัน แล้วก็ลดมากที่่ระดับ 7-8 วันปกติได้

ในส่วนของการทำกำไร TFG เป็นตามปกติของธุรกิจเกษตรคือบางปีดีบางปีก็ไม่ดี หลักๆให้ดูอัตรกำไรขั้นต้น เคยขาดทุนหนักๆมาตอน 2556 หลังน้ำท่วมราคาไก่ตกมากเพราะเกร็งกันว่ายุโรปจะกลับมานำเข้าไก่สดแช่เข็งจากไทย แต่ดันมาช้ากว่าที่คาดทำให้ไก่ล้นตลาด กว่าจะปกติก็ผ่านไป 1 ปี กับ 2558 ช่วงเข้าตลาดพอดี ช่วงนี้ก็ไก่ล้นตลาดเพราะค่าเงินเราอ่านสู้ชาวบ้านเขาไม่ได้ ก็เลยไปนำเข้าจากที่อื่่นดีกว่า

การจ่ายปันผล ปกติของบริษัทช่วงก่อนเข้าตลาดกำไรมาเท่าไรก็ต้องเร่งปันผลออกไปก่อน เหมือนล้างไพ่ให้คนซื้อ IPO มาเริ่มต้นชีวิตกันใหม่

4.ดูว่าบริษัทเอาเงินไปทำอะไร

หุ้น IPO เข้ามาก็ต้องเอามาพัฒนาธุรกิจ สวนที่บอกว่าจะเอาเงินที่ได้ไปทำอะไร อยู่ตรง รายการโครงการในอนาคต กับส่วนของข้อมูลสรุปก็มีนิดหน่อย ตามตาราง
วัตถุประสงค์การใช้เงิน
กดที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่
ดูจากการใช้เงินส่นใหญ่ก็เอาไปใช้ขยายธุรกิจ ใช้หนี้ และเป็นเงินทุนหมุนเวียน อันนี้แล้วแต่มุมมองใครมุมมองมันละครับว่าเงินที่เอาไปลงทุนดูมีอนาคตหรือเปล่า ทั้งการขยายโรงเลี้ยง อาหาร และการแปรรูป

5.วิเคราะห์ราคา IPO ว่าแพงไปหรือไม่

หลักๆจะใช้ PE ครับ ว่าหลังจากที่ IPO มีหุ้นเข้ามาเพิ่มแล้ว PE จะเป็นเท่าไร ถ้าเหลือประมาณ 20 เท่าก็ยังพอมีหวัง ลุ้น Upside จากราคา IPO ซัก 50-100% ได้ สำหรับ IPO หุ้นตัวนี้อยู่ ที่ 1.95 บาทมีวิธีการคิดหา PE ดังนี้

ข้อมูลรายชื่อผู้ถือหุ้นและจำนวนหุ้นี่จะ IPO
กดที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่

  • ปัจจุบันมี 4000 ล้านหุ้น หลังจาก IPO แล้วจะมี 5100 ล้านหุ้น
  • ราคา IPO 1.95 บาท
  • คิดเป็นมูลค่าตลาด 1.95 x 5100 = 9945 ล้านบาท
  • หุ้นตัวนี้เข้าทำการซื้อขายด้วยเกณฑ์ มูลค่าตลาดมากกว่า 5000 ล้าน
  • PE หลัง IPO = มูลค่าตลาด / กำไร 4 ไตรมาศย้อนหลัง
    = มูลค่าตลาด / (กำไรปี 2557 - กำไร 6 เดือนแรกปี 2557 + กำไร 6 เดือนแรกปี 2558)
    = 9,945 / (916.157 - 395.394 + (- 928.939))
    =  9,945 / -408.176
    = -24 = n.a
  • PE คำนวณไม่ได้ เพราะกำไร 6 ไตรมาศย้อนหลังมันติดลบ
  • ถ้าลองมโนว่าถ้ารอบวงจรเป็นปกติ ย้อนไปดูปี 2556 กำไร 1000 ล้านบาท
  • PE หลัง IPO แบบจิตนาการ = มูลค่าตลาด / กำไร 4 ไตรมาศย้อนหลัง
  • 9,945 / 1,000
    = 9.945 เท่า
ดูแล้ว PE ที่ราคา IPO กรณีดีที่สุดคือ 9.945 เท่า เลวขายคือขาดทุน สำหรับคนที่จะซื้อก็วัดใจกันหน่อยครับ ถ้ามันใจว่าปีหน้ารอบมาแน่ก็ซื้อได้ ถ้ายังไม่ชัวก็ไม่ซื้อ 


จะเห็นว่าแค่รู้ว่าข้อมูลอะไรอยู่ตรงไหน ก็ช่วยให้ชีวิตการลงทุนงายขึ้นเยอะครับ เดี๋ยววันซื้อขายแล้วจะมา update อีกที่ว่าผลจะเป็นอยางไร สู้ต่อไป TFG

1 ความคิดเห็น :

สงสัยอะไรถามได้ครับผม