แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ งบกระแสเงินสด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ งบกระแสเงินสด แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2559

จับสัญญาณเตือนภัยจากงบกระแสเงินสด



การอ่านงบกระแสเงินสด เป็นผู้ช่วยในการมองภาพธุรกิจได้เยอะ ถ้าธุรกิจกำลังมีปัญหาเรื่องกระแสเงินสด จะมีสัญญาณบางอย่างที่ต้องเฝ้าระมัดระวังเกิดขึ้น ถ้ากระแสเงินสดเริ่มมีปัญหาก็แสดงว่ามูลค่ากิจการกำลังลดลงไม่นานหุ้นจะตก โดยสัญญาณที่ต้องเฝ้าระวังประกอบด้วย

1.อัตราการเติบโตของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือสูงกว่ายอดขาย


อัตราการเติบโตของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือสูงกว่ายอดขาย ถ้าดูในอัตราส่วนทางการเงินจะเห็น ระยะเวลาขายสินค้า และระยะเวลาเก็บหนี้ยาวขึ้น ปัญหาคือสินค้าอาจขายไม่ออก หรือขายไปแล้วเก็บหนี้ไม่ได้ ถ้าแห้ปัญหาไม่ได้อนาคตร้อนเงินแน่ๆแบบไม่ต้องสืบ

2.เจ้าหนี้การค้าเพิ่มสูงกว่าสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น


มองในแง่ร้ายสาเหตที่เจ้าหนี้การค้าเพิ่มสูงกว่าสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้นอาจมาจากไม่มีเงินจ่ายเจ้าหนี้การค้าก็ของผัดผ่อนไปเรื่อย ของเก่ายังไม่จ่ายเจ้าหนี้ใหม่ก็มา เจ้าหนี้การค้าบวม ระยะเวลาชำระเจ้าหนี้จะยาวขึ้น เหมือนดูดีแต่ถ้าเจ้าหนี้มาทวงเงินเมื่อไรอาจซวยได้ เพราะอนาคตก็ต้องจ่ายเงินอยู่ดี

3.หนี้สินหมุนเวียนโตเร็วกว่าการเติบโตของยอดขาย


หนี้หมุนเวียนคือภาระผูกพันที่ต้องชำระภายใน 1 ปี การที่หนี้หมุนเวียนเพื่อขึ้นเร็วๆ ระยะสั้นอาจดูดีเพราะเอาเงินอนาคตมาใช้ก่อน แต่ถ้าเจ้าหนี้มาทวงเงินเมื่อไรอาจซวยได้ เพราะอนาคตก็ต้องจ่ายเงินอยู่ดี

4.กระแสเงินสดดำเนินงานติดลบต่อเนื่องหลายๆปี 


อาจมาจากขาดทุนจากการดำเนินงาน รายได้น้อยกว่ารายจ่าย หรือการเพิ่มขึ้นของเงินทุนหมุนเวียน เงินไปจมกับลูกหนี้ สินค้าคงเหลือ แต่ไม่ค่อยมีเจ้าหนี้การค้ามาช่วย รวมๆกันแล้ว CFO ติดลบ แสดงว่าร้อนเงิน เมื่อร้อนเงินก็ต้องวิ่งวุ่นหาเงินมาหมุน ทั้งขายสินทรัพย์ ไปกู้ยืมเงินชาบบ้าน และเรียกเพิ่มทุนจากผู้ถือหุ้น

ถ้าดูในอัตราส่วนทางการเงิน อัตราส่วนคุณภาพกำไร = CFO หลังจ่ายดอกเบี้ย / กำไรสุทธิ จะไม่มีค่าเพราะ CFO ติดลบ

5.รายจ่ายลงทุนในสินทรัพย์ถาวรสูงกว่ากระแสเงินสดจากการดำเนินงานอย่างเป็นสาระสำคัญ


แม้ว่าจะคาดการณ์ว่า Free Cash Flow จะติดลบอยู่แล้วในกรณีที่ธุรกิจนั้นอยู่ในช่วงเติบโตและต้องการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรจำนวนมาก แต่  Free Cash Flow  ที่ติดลบจำนวนมากก็แสดงว่ากิจการยังคงต้องพึ่งพิงเงินทุนจากแหล่งภายนอกอย่างต่อเนื่องเพื่อการเติบโตที่ยั่งยื่น

เผื่อใครลืม Free Cash Flow = EBIT + DA - t - Net Working Capital - CAPEX

กิจการที่ต้องลงทุนในสินทรัพย์ถาวร (CAPEX) สูงๆ จะเห็นในอัตราส่วนทางการเงินคือ อัตราหมุนเวียนสินทรัพถาวรย์จะต่ำ (Fixed asset turnover FAT)

FAT = ยอดขาย/สินทรัพย์ถาวร
=> สินทรัพย์ถาวร = ยอดขาย / FAT
จะเห็นว่าบริษัทที่ FAT ต่ำกว่า จะเพิ่มยอดขายขึ้น 1 บาทเท่ากัน ต้องลงทุนสินทรัพย์เยอะกว่า

และจากยอดขายกว่าจะมาเป็นกระแสเงินสดต้องผ่านอีกหลายด่าน หมุนเงินกันหัวปั่นเลยทีเดียว

ุ6.รายจ่ายลงทุนในสินทรัพย์ถาวรปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง


แม้ว่าการลดการลงทุนจะทำให้บริษัทมีเงินสดสำรองไว้ใช้ในระยะสั้นก็ตาม แต่ก็เป็นสัญญาณบ่งบอกว่ายอดขาย กำไร และกระแสเงินสดของกิจการจะลดลงตาม

ในงบอาจดูจากยอด CAPEX ที่ลดลงเมื่อเที่ยบกับปีที่แล้ว หรือนำ CAPEX ไปเทียบกับ ค่าเสื่อมเป็น อัตราส่วน Reinvestment ratio = CAPEX / DA มีค่าลดลง

7.มีการขายหลักทรัพย์ในความต้องการของตลาดออกไปมากกว่าส่วนที่ซื้อเข้ามาใหม่


การขายหลักทรัพย์ออกไปเช่นนี้ช่วยให้กิจการมีเงินสดเข้ามาทันที แต่ก็เป็นตัวบ่งบอกว่ากิจการขาดความสามารถในการก่อให้เกิดกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเพียงพอที่จะนำมาใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนและเพื่อการลงทุนระยะยาว ทำให้กิจการต้องขายหลักทรัพย์ออกไปเพื่อให้ได้เงินสดมาใช้เพื่อวัตถุประสงคดังกล่าว

อย่างไรก็ตามการขายหลักทรัพย์ไม่ได้เป็นตัวบ่งบอกว่ากิจการมีปัญหาด้านกระแสเงินสดเสมอไป หากกิจการขายหลักทรัพย์ออกไปเพื่อถือเงินสดส่วนเกินที่ได้มาไว้เป็นการชั่วคราวเพื่อที่จะนำไปใช้ในการซื้อกิจการหรือสินทรัพย์ในเวลาต่อมา

8.การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของการกู้ยืมระยะยาวมาเป็นระยะสั้นแหล่งเงินกู้ยืมระยะสั้น


เงินกู้ยืมระยะสั้นที่เพิ่มขึ้นเป็นตัวบ่งบอกว่ากิจการขาดความสามารถในการขอสินเชื่อระยะยาวจากสถาบันการเงิน เนื่อจากสถาบันการเงินผู้ให้กู้เกิดความไม่มั่นใจในอนาคตของกิจการ

ในงบกระแสเงินสดกิจกรรมจัดหาเงิน จะเห็นสภาพการหมุนเงิน การกู้แบงค์นึง มาจ่ายแบ้งค์นึง จะแสดงกันคนละบรรทัด ถ้าดูในงบดุลจะเห็นรวมกัน ถ้าเห็นกู้หนี้สั้นมาจ่ายหนี้ยาว ก็เริ่มเสียวๆละ

9.การจ่ายเงินปันผลลดลงหรืองดจ่ายปันผล 


แม้ว่าการลดหรือการงดการจ่ายเงินปันผลจะช่วยห้กิจการสามารถรักษาเงินสดไว้ได้ในระยะสั้นก็ตาม ผู้ถือหุ้นก็มักจะมองการเปลี่ยนแปลงนโยบายการจ่ายเงินปันผลเช่นนี้ไปในทางลบเกี่ยวกับกระแสเงินสดของกิจการ

แม้ว่าสัญญาณเหล่านี้ในตัวของมันเองจะไม่ได้เป็นตัวยืนยันปัญหาที่เป็นข้อสรุปที่ชัดเจน แต่จากการที่สัญญาณเหล่านี้เกิดขึ้น นักลงทุนก็ต้องให้ฝ่ายจัดการชี้แจกเพื่อดูว่าปัญหาทางด้านกระแสเงินสดกำไรลังเกิดขึ้นหรือไม่

ส่วนรูปนี้ก็มาจากงานวิจัย วิเชียร เธียรวิวรรธน์ ประยุกต์มาใช้ช่วยในการสอบบัญชี ทำเป็น checklist ไว้




อ้างอิง
วรศักดิ์ ทุมมานท์ "งบกระแสเงินสดงบการเงินรวมคู่อมือการจัดทำและวิเคราะห์ตามมาตรฐานการบัญชี" 2542


วิเชียร เธียรวิวรรธน์ การวิเคราะห์สัญญาณเตือนภัยจากงบกระแสเงินสดเพื่อประเมินความเสี่ยงในการปฏิบัติงานสอบบัญชีของกลุ่มธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ = Analysis of the warning signal from cash flow statement to assess audit risk in electricity product and computer business group

http://library.cmu.ac.th/digital_collection/etheses/fulltext.php?id=14240&word=%A7%BA%A1%C3%D0%E1%CA%E0%A7%D4%B9%CA%B4&check_field=_All_&select_study=&condition=2&search=9&philosophy=ok&master=ok#

วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2558

6 จุดสำคัญดูงบกระแสเงินสดและการเชีอมโยงกับกระแสเงินสดอิสระ (Free cashflow)



การอ่านงบกระแสเงิสดช่วยให้เข้าใจที่มาที่ไปของเงินในกิจการว่า มาจากไหนและถูกใช้ไปที่ใหนบ้าง หลายคนอ่านแล้วก็งงๆ สับสนกับชีวิต อะไรก็ไม่รู้บวกๆลบๆ เต็มไปหมด บทความนี้ก็เป็นการเล่าที่มาถึงแก่นว่างบกระแสเงินสดมีที่มาจากอะไร เพื่อให้ทำความเข้าใจได้ง่ายขึ้น

ความสัมพันธ์ระหว่างงบกระแสเงินสดและ Discount Cash Flow

ในการประเมินมูลค่ากิจการ วิธีการประเมินมูลค่าด้วยการคิดลดกระแสเงินสดหรือ  Discount Cash Flow
เป็นวิธีที่ดูดีในเชิงทฤษฎี แต่ยากในเชิงปฎิบัติ เพราะตัวแปรเยอะมึนไปหมด

  • มูลค่ากิจการ = กระแสเงินสดอิสระ / ต้นทุนเงินทุนเฉลี่ย (WACC) - g
  • กระแสเงินสดอิสระ = EBIT + DA - การเปลี่ยนแปลงในเงินทุนหมุนเวียน(Net Working Capital) -ภาษี - เงินลงทุนในสินทรัพย์ฐาวร (CAPital EXpenditure CAPEX)
  • wacc คือต้นทุนเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของเงินทุน ระหว่างเงินกู้และเงินทุน
เวลาประมาณการก็ใช้ตัวเลขจากงบการเงินมาปรับให้เข้ากับแนวคิดทางการเงินซึ่งมันไม่ค่อยลงรอยๆกันเท่าไร เลยออกมาเป็นงบกระแสเงินสด โดยจะแบ่งเป็น 6 จุดหลักๆ ดังนี้

1.EBIT


บรรทัดแรกของงบกระแสเงินสด จะยก EBIT เป็นตัวตั้ง บางบริษัทก็ยกกำไรสุทธ์ บางบริษัทก็ ยกกำไรก่อนภาษีเข้ามา สรุปจะเอาอะไรมาก็คือบรรทัดแรกที่เป็นตัวตั้งนั่นและ

2.EBITDA


ในตำราเรียนงบการเงินมันไม่มีตัวปรับปรุงทางบัญชีที่เป็นรายได้หรือรายจ่ายอะไรที่ไม่ใช่เงินสดนอกจากค่าเสื่อม ดังนั้นแค่เอา EBIT + ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย (DA) ก็ได้ EBITDA หรือเงินสดจากการดำเนินงานก่อน การเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงานแล้ว (NWC) แต่จริงๆ แล้ว สินทรัพย์หรือหนี้สินทุกตัว สามารถตั้งด้อยค่า หรือตีค่าเพิ่มได้หมด ดังนั้นทำให้งบกำไรขาดทุนมีรายการปรับปรุงทางบัญชีมากกว่าแค่ ค่าเสื่อม นักบัญชีเลยทำง่ายๆ โดย
  • รายได้ที่ไม่เป็นเงินสด ที่เกิดจากมูลค่าสินทรัพย์เพิ่มขึ้นหรือหนี้สินลดลง นำมาหักออก
  • รายจ่ายที่ไม่เป็นเงินสด ที่เกิดจากมูลค่าสินทรัพย์ลดลงหรือหนี้สินเพิ่มขึ้น นำมาบวกกลับ

บริษัทที่ดีๆ รายการปรับปรุงทางบัญชีเหล่านี้ควรยอดน้อยๆ ทำให้การวิเคราะห์อัตรา กำไรขั้นต้น EBIT และอัตรากำไรสุทธิ น่่าเชื่อถือขึ้น

ACC


รายการปรับปรุงทางบัญชีของ ACC
กดที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่

ตัวอย่างรายการปรับปรุงทางบัญชีของ ACC  บริษัท แอ็ดวานซ์ คอนเนคชั่นคอร์เปอเรชั่นจากด (มหาชน) (ADVANCED CONNECTION CORPORATION PUBLIC COMPANY LIMITED) หรือ CEI เก่า แปลงร่างมา

ส่วนที่ทำไฮไลท์เหลืองๆไว้จะเป็น รายจ่ายที่ไม่ใช่เงินสด ก็เอามาบวกกลับ จะเห็นว่าจากขาดทุนทางบัญชี 135 ล้าน เหลือกำไรที่เป็นเงินสดๆ อยู่ 13 ล้าน

THAI


งบกระแสเงินสดของ THAI Q1 2560
ตัวอย่างของงบการเงิน THAI ในไตรมาส 1 2560จะเห็นว่ามีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ 1700 ล้าน ในขณะที่สินทรัพย์ด้อยค่าเป็นรายจ่าย ทั้งการด้อยค่าสินทรัพย์ถาวร สินทรัพย์อื่น ที่เห็นเป็นค่าบวก แสดงว่าเป็นรายจ่ายในงบกระแสเงินสด

3.การเปลี่ยนแปลงในเงินทุนหมุนเวียน Net Working Capital


การเปลี่ยนแปลงในเงินทุนหมุนเวียน Net Working Capital ก็คือ การเปลี่ยนแปลงใน สินทรัพย์หมุนเวียน และหนี้สินหมุนเวียน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับ การดำเนินงาน ยอดขายเพิ่ม ลูกหนี้ สินค้าคงเหลือ เจ้าหนี้การค้าก็จะเพิ่ม แต่ ในทางปฎิบัต สินทรัพย์และหนี้หมุนมีมากกว่่า 3 ตัวหลักนี้ ก็นำมารวมด้วย แต่ส่วนใหญ่ค่าจะไม่มาก

ACC


การเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงานของ ACC
กดที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่

ACC เงินสดหายไปกับ (ค่าลบ) ลูกหนี้การค้า  สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่น เจ้าหนี้การค้า

การดูว่าการเปลี่ยนแปลงของสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงานเป็นปกติหรือไม่ให้ดูที่ อัตราส่วนทางการเงิน วงจรเงินสด ถ้าวงจรเงินสดยังปกติแสดงว่า การเปลี่ยนแปลงในงบกระแสเงินสดเป็นปกติ


จากงบผมว่าไม่ค่อยปกติเท่าไรเพราะ ระยะเวลาเก็บหนี้ ขายสินค้า และชำระเจ้าหนี้ลดลงหมด แสดงว่าเหมือนไม่ค่อยอยากทำธุรกิจเดิมเท่าไร ล้างบางธุรกิจเก่าไปเรื่อย

THAI


การเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์และหนี้สินของ THAI

กรณีศึกษาหุ้น THAI เงินได้มาจากหนี้สินก็นำไปจมกับสินทรัพย์ ส่วนใหญ่จมกับลูกหนี้การค้า

4.หักภาษีได้ เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน CFO


เอาตัวเลขจากข้อ 3 มาหัก ภาษีก็จะได้ CFO หรือเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน บางบริษัทจะเอาดอกเบี้ยมาหักตรงนี้ด้วยก็ได้ มาตรฐานบัญชีไมได้ห้าม

การวิเคราะห์ส่วนใหญ่จะเอาไปเปรียบเทียบกับงบกำไรขาดทุน บริษัททีดี ควรมี CFO กับกำไรสุทธิทางบัญชีใกล้เคียงกัน

ACC


CFO ของ ACC

จาก CFO ของ ACC จะเห็นว่าในปี 2558 ACC ทำมาหากิน แล้วไม่มีเงินจากการดำเนินงาน เงินออกไป 43 ล้านบาท

THAI


CFO ของ THAI


5.เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน CFI


เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน CFI จะแสดงเงินที่ลงทุนกับสินทรัพยไม่หมุนเวียน ส่วนใหญ่ลงทุนเพื่อสร้างอนาคตการเติบโตของบริษัท หรือซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ

CAPEX ไม่ใช่ CFI ทั้งจำนวน ให้เราพยายามดู เงินลงทุนที่สามารถเอาไปสร้างรายได้ให้กิจการในอนาคต อย่างในปี 2557 เงินที่เอาไปซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน (คุ้มขันโตก) ทีี่มองเป็น CAPEX เพราะตอนนี้แทบจะเป็นรายได้หลักของกิจการ

ถ้าจะใช้ตัวเลขนี้ในการประมาณ FCF ต้องดูว่ารายการนี้จะเป็นการลงทุนปกติที่ต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปีหรือไม่ ถ้าไม่ก็ไม่ควรนำรายการนี้มาใช้เพราะบริษัทไม่ได้ลงทุนรายการนี้ทุกปีจะเห็นว่า ในปี 2558 ก็ลงทุนซื้อที่อสังหาเพื่อการลงทุนเพียง 11 ล้าน

ส่วนเงินลงทุนใน เงินลงทุนชั่วคราว เป็นการหมุนเงินเพื่อบริหารเงินเท่านั้น ไม่ได้ทำทุกปี

การวิเคราะห์ บริษัทที่ดีควรมีการลงทุนใน CAPEX ทุกปีและ ROE ROA ควรสม่ำเสมอ ทุกปีแปลว่าลงทุนแล้วคุ้มทำให้ผลประกอบการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

เพราะถ้าลงทุนแล้วไม่สามารถสร้างรายได้ได้คุ้มค่าเสื่อมค่าดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น หรืออุตสาหกรรมเริ่มอิ่มตัว ยิ่งขยายการลงทุนกำไรยิ่งโตช้าลง สิ่งที่เห็นในงบคือมีการลงทุนเพิ่มขึ้นทุกปี แต่ ROA ROE ค่อยๆลดลง

ACC



CFI ของ ACC

จะเห็นว่า ACC ไม่ค่อยได้ลงทุนอะไรเท่าไร ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในบริษัร่วม ต้องไปตามว่าลงทุนอะไร แต่ต่อนนี้ปี 2560 แล้วก็ยังไม่เห็นอะไรงอกงามเท่าไรตามต่อไปครับ

THAI



มาดูของหุ้น THAI ไตรมาส 1 ยังไม่เห็นการลงทุนอะไรมากมาย ซื้อที่ดินอาคารอุปกรณ์ไป 700 ล้าน เมื่อนไปเทียบกับค่าเสื่อมราคาที่ยอด 4000 กว่าล้าน ถือว่าในไตรมาสนี้ลงทุนไปน้อยมาก

6.เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน CFF


เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน จะแสดงการเปลี่ยนแปลงในหนี้ และทุน บริษัทที่ดีควรมีโครงสร้างหนี้และทุที่เหมาะสม หนี้น้อยไปคนก็ว่าโง่ เพราะไม่รู้จักรวยได้เงินคนอื่น แต่ถ้าหนี้มากเกินไป ต้นทุนทาการเงินก็สูง ดอกเบี้ยเยอะ กำไรลดลงลงอีก แถมมีความเสี่ยงที่จะล้มละลายสูงขึ้นด้วย

ACC



CFF ของ ACC
จะเห็นว่า เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงินของ ACC มีเงินเข้าแค่ทางเดียวคือ จากการเพิ่มทุนมาก 216 ล้านบาทไม่มีหนี้สิน

THAI

CFF ของ THAI

จะเห็นว่ากระแสเงินสดจัดหาเงินของ THAI ส่วนใหญ่ใช้กับการคืนหนี้และดอกเบี้ย จะเห็นว่า CFO 7000 กว่าล้าน จ่ายหนี้จ่ายดอกเบี้ยไป 6000 ล้านก็เงินหมดละ

ภาพรวม ของกระแสเงินสด
กดที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่

สรุป การอ่านงบกระแสเงินสด ก็เหมือนเป็นการดูกระแสเงินสดอิสระของกิจการว่าในปีนั้น บริษัทสามารถสร้างเงินสดมาได้เท่าไร เราสามารถใช้งบกระแสเงินสดเป็นสมมติฐานตั้งต้นของการประเมินกระแสเงินสดอิสระได้ โดยเลือกตัวเลขที่ดูว่าเป็นกิจกรรมปกติของธุรกิจ ส่วนรายการที่ดูแล้วไม่ใช่กิจกรรมปกติมาแค่ครั้งเดียวก็ไม่ควรนำเข้ามาในสมมติฐาน



☀หลักสูตรวิเคราะห์หุ้นด้วยปัจจัยพื้นฐาน☀


✅เจาะลึกหุ้นอย่างเซียน เห็นผลจริง100% สไตร์ อ.ภัทร
✅Workshop !! ทำจริง เห็นผลจริง พิสูจน์ได้
✅เรียนคลาสเล็ก ถามได้ทุกคำถามคาใจ

☀เรียนแล้วได้อะไร☀


✅10 จุุดสำคัญอ่านงบการเงิน วิเคราะห์ธุรกิจไม่เสียเวลา
✅ปัจจัยเร่ง ให้หุ้นวิ่ง และสัญญาณยืนยันในงบการเงิน
✅ประมาณราคาเหมาะสม เห็นเป้าราคาหุ้นตั้งแต่วันที่ซื้อ
✅เคล็ดลับสแกนหุ้น ถูก ดี กำไรโต

🔈สอนโดย อ ภัทรธร ช่อวิชิต
นักลงทุนอิสระ เจ้าของผลงานหนังสือ คุ้ยแคะแกะหุ้นเด้ง และเจาะหุ้นร้อนสแกนหุ้นเด้ง

=======================================

🔈รายละเอียดหลักสูตร วันเวลา

www.investidea.in.th/p/value-investor.html

=======================================

☎ติดต่อสอบถามและลงทะเบียน (รับจำนวนจำกัด)

มือถือ: 0865035023

ข้อความ; www.facebook.com/messages/investidea.in.th/

line id; pat4310

=======================================

☀เนื้อหาหลักสูตร☀


✅แหล่งข้อมูลการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน งบการเงิน คำอธิบายงบ ตัวเลขเศรษฐกิจ
✅วิเคราะห์ ปัจจัยเชิงคุณภาพ ผลกระทบต่องบการเงิน และแนวโน้มราคา
✅โครงสร้างงบดุล และลักษณะธุรกิจ จุดสำคัญที่ต้องดูในงบการเงิน
✅งบกำไรขาดทุน ลักษณะงบการเงินที่ดี
✅งบกระแสเงินสด และความสัมพันธ์กับวงจรธุรกิจ
✅การค้นปัญหาธุรกิจใน 1 นาที ด้วยอัตราส่วนทางการเงิน
✅ปัจจัยทางการเงินที่มีผลต่อทิศทางราคาหุ้น
✅การประเมินมูลค่าหุ้นด้วย PE ratio เทคนิคการใช้งานกับแต่ละอุตสาหกรรม
✅ดูความเห็นของนักลงทุนส่วนใหญ่ผ่านการเคลื่อนไหวของราคา

=======================================

☎ติดต่อสอบถามและลงทะเบียน (รับจำนวนจำกัด)

มือถือ: 0865035023

ข้อความ; www.facebook.com/messages/investidea.in.th/

line id; pat4310

วันพฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2556

หลักการอ่านงบกระแสเงินสด

สรุปแนวทางการเข้าใจและวิเคราะห์งบกระแสเงินสดง่ายๆครับ
1. รู้จักที่มา (+) ที่ไป(-) ของเงิน

  • ที่มาของเงิน (+) รายได้, สินทรัพย์ลด, หนี้สินเพิ่ม, ทุนเพิ่ม
  • ที่ไปของเงิน (-) รายจ่าย, สินทรัพย์เพิ่ม, หนี้สินลด, ทุนลด

2. การจัดประเภท ในทางธุรกิจเงินเข้าออกได้ 3 ช่องทาง

  • 2.1. กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (Cash flow from operation : CFO) ทำมาค้าขาย
    • 2.1.1. กระแสเงินสดจากการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงาน
       = กำไร + ค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่เงินสด – รายได้ที่ไม่ใช่เงินสด
    • 2.1.2. การเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์หมุนเวียน และหนี้สินหมุนเวียน ยกเว้นเงิน OD จัดประเภทในกระแสเงินสดจากการจัดหาเงิน
  • 2.2. กระแสเงินสดจากการลงทุน (Cash flow from investing : CFI) ซื้อ/ขาย สินทรัพย์ถาวร
     = การเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
  • 2.3. กระแสเงินสดจากการจัดหาเงิน (Cash flow from financing : CFF) กู้หนี้ ระดมทุนทุน
     = การเปลี่ยนแปลงในเงิน OD, หนี้ระยะยาว, และส่วนของผู้ถือหุ้น

3 แนวทางการวิเคราะห์

  • บริษัทที่ดีต้องมีทั้งกำไรทางบัญชีและกำไรที่เป็นเงินสด 
  • บริษัทที่ดี งบกระแสเงินสดจะเป็นเป็น บวก, ลบ, ลบ, และ CFO ใกล้ๆกำไรสุทธิ 
  • อัตราส่วนคุณภาพกำไร = CFO/กำไรสุทธิ
  • ในช่วงลงทุน เช่นสร้างโรงงานใหม่CFO จะลบเยอะต้องกู้เงินหรือเพิ่มทุนมาลงทุน CFF
  • แม้บริษัทจะขาดทุนบัญชีแต่งบกระแสเงินสดยังเป็น บวก, ลบ, ลบ แสดงว่ายังมีเงินหมุนไม่เจ้งแน่แต่ในทางกลับกันถ้างบขาดทุนบัญชีด้วยขาด CFO ด้วยอาจเจ้งได้ง
  • ถ้าบริษัทมีกำไรบัญชีเยอะแต่ไม่มีเงินสดอาจมีกำไรพิเศษ

วันศุกร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2556

วิธีการอ่านงบกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน

มีมิตรสหายท่านหนึ่งส่ง รูปงบกระแสเงินสดจากการดำเนินงานมาให้ แล้วถามสั้นๆ ว่าช่วยอธิบายหน่อยเพราะงง เขาถามมาเราก็จัดให้ครับ

กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน(cash flow from operation) เรียกสั้นๆว่า CFO เป็นงบการเงินที่แสดงการเคลื่อนไหวของ "เงินสด" ของบริษัทที่เกี่ยวกับการดำเนินงาน งบกระแสเงินสดจะเป็นงบกระแสเงินสดทางอ้อมครับ คืออ้อมไปงบอื่นก่อนแล้วมาเป็นเงินสด สำหรับ CFO อ้อมมาจาก 2 งบครับคืองบกำไรขาดทุน และงบดุล คือสีฟ้าๆ ตามภาพนั่นเอง

ส่วนแรก อ้อมจากงบกำไรขาดทุน 

เป็นการเปลี่ยนแปลงจากกำไรทางบัญชีให้เป็นเงินสด

  • จากงบกำไรขาดทุน  รายได้ - รายจ่าย = กำไร
  • งบกำไรขาดทุนบัญทึกบัญชีด้วยเกณฑ์คงค้าง ทำให้มีรายได้บางรายการที่ไม่ใช่เงินสด และรายจ่ายหลายรายการก้ไม่ได้จ่ายออกไปเป็นเงินสด
  • กระแสเงินสดต้องการแสดงเฉพาะรายการที่เป็นเงินสด นักบัญชีจึงแปลงกำไรให้เป็นเงินสด โดย เอากำไรทางบัญชีเป็นตัวตั้ง และค่าใช้จ่ายไหนที่เป็นเงินสดก็นำมาบวกกลับ รับไดไหนที่ไม่ได้รับมาเป็นเงินสดก็เอามาหักออกจากกำไรทางบัญชี สรุปเป็นสูตรง่ายๆว่า
    • ค่าบวก แปลว่ารายการนั้นไม่ได้จ่ายเป็นเงินสด
    • ค่าลบ แปลว่ารายการนั้นไม่ได้รับมาเป็นเงินสด
ภาพที่ 1 การเปลี่ยนแปลงในงบกำไรชาดทุน
จากภาพที่ 1

  • กำไรสุทธิ 229 ล้านจากงบกำไรขาดทุน เป็นตัวตั้ง ปรับปรุงด้วย
    • ค่าเสื่อม 68 ล้าน ไม่ได้จ่ายเป็นเงินสดก็เอามาบวกกลับ
    • หนี้สูญ 179 ล้าน ไม่ได้จ่ายเป็นเงินสดก็เอามาบวกกลับ เพราะเงินจ่ายไปตั้งแต่วันที่ให้เขากู้แล้วบัญทึกไว้เป็นลูกหนี้ในงบงบดุล พึ่งมาตัดจ่ายเป็นหนี้สูญในงบกำไรขาดทุนในไตรมาศนี้
    • กำไรจากการจำหน่ายอุปกรณ์ 6.34 ล้าน อันนี้นักบัญชีเขาต้องการย้ายให้มันอยู่ใน CFI กระแสเงินสดจากการลงทุน เขาเลยเอากำไรจากการจำหน่ายอุปกรณ์มาหักออกใน CFO และมาบวกกลับใน CFI
    • ที่เหลือคิดเองฝึกสมองบ้าง
  • จะได้กำไรจากการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงานเท่ากับ 486 ล้านแปลว่าทำมาหากินบริษัทนี้ได้กำไรที่เป็นเงินสดออกมา 486 ล้านบาน

ส่วนที่ 2 อ้อมมาจากงบดุล

งบดุลเป็นการบันทึกรายการ สินทรัพย์ หนี้สิน และทุน ณ จุดใดจุดหนึ่งของเวลา ผลต่างของแต่ละจุดเวลาก็คือ flow ในช่วงเวลานั้นๆ (เพิ่มขึ้น, ลดลง) โดยการ เพิ่มขึ้นหรือลดลงในงบดุลมีความหมายดังนี้

  • สินทรัพย์
    • สินทรัพย์เพิ่ม แปลว่าเงินลดไปซื้อสินทรัพย์นั้น บันทึกค่าลบในงบกระแสเงินสด
    • สินทรัพย์ลด แปลว่าขายสินทรัพย์ออกมาได้เงิน บันทึกค่าบวกในงบกระแสเงินสด
  • หนี้สิน
    • หนี้สินเพิ่ม แปลว่าเงินเพิ่ม(ไปกู้เขามา) บันทึกค่าบวกในงบกระแสเงินสด
    • หนี้สินลด แปลว่าเงินลด(ใช้หนี้) บันทึกค่าลบในงบกระแสเงินสด
  • ทุน
    • ทุนเพิ่ม แปลว่าเงินเพิ่ม(ไปเพิ่มทุน) บันทึกค่าบวกในงบกระแสเงินสด
    • ทุนลด แปลว่าเงินลด(ลดทุน) บันทึกค่าลบในงบกระแสเงินสด
การอ่านให้อ่านจากหลังไปหน้าคือดูเครื่องหมายตัวเลขตามสูตร
  • ครื่องหมายลบ เงินหาย ตีความว่า
    • สินทรัพย์เพิ่ม
    • หนี้ลด
    • ทุนลด
  • เครื่องหมายบวก เงินเพิ่ม ตีความว่า
    • สินทรัพย์ลด
    • หนี้เพิ่ม
    • ทุนเพิ่ม
ภาพที่ 2 การเปลี่ยนแปลงในงบดุล


สินทรัพย์ดำเนินงาน

  • ลูกหนี้การค้า เพิ่มขึ้น 1000 ล้าน (เอาเงินให้เขากู้)
  • จ่ายล่วงหน้า เพิ่มขึ้น 38 ล้าน
  • สินค้าคงเหลือลดลง 22 ล้าน (ขายออก)
  • ที่เหลือลองอ่านเอา
หนี้สินดำเดินงาน
  • เจ้าหนี้การค้า ลดลง 12 ล้าน (คืนหนี้)
  • ภาษีค้างจ่าย เพิ่มขึ้น 12 ล้าน (ค้างภาษี)
  • ที่เหลืออ่านเอาเอง

ส่วนที่ 3 เงินสดสทุธิจากกิจกรรมดำเนินงาน

ค่าติดลบ 552 ล้าน ดูเผินเหมือนร้อนเงินแต่ส่วนใหญ่มาจาก เอาเงินไปใช้เขาก็ ซึ่งจะได้รายได้มาเป็นดอกเบี้ยในอนาคต ถ้าดูแลเรื่องส่วนต่างดอกเบี้ยระหว่างเงินที่กู้มากับเงินที่ปล่อยต่อ และหนี้สูญดีๆ บริษัทจะมีกำไรครับ


ตั้งสติดีๆ จะไม่งงครับ เจริญในการลงทุนทุกท่าน