แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตราสารอนุพันธ์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตราสารอนุพันธ์ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2566

CISA อนุพันธ์2 กลยุทธ์ และการประยุกต์ใช้สัญญา option

2.1กลยุทธ์การใช้ option เพื่อเก็งกำไร


เก็งกำไรฐานะเดี่ยว


เก็งทิศทางของราคา

แทงขึ้น ซื้อ Call ถ้ามองว่า E[Ct] > C0 ราคา option ขึ้น หรือ E[St] > X+C0 ราคาสินทรัพย์มากกว่า C0 บวกราคาใช้สิทธ์

แทงลง ซื้อ PUT ถ้ามองว่า E[Pt] > P0 หรือ E[St] < X-P0
เก็งกำไร  optin สถานะเดี่ยว

ซื้อ call ราคาเกิน x 55 บาทจะเริ่มได้กำไร จุดคุ้มทุนอยู่ที่ St = X+C0 = 55+5 = 60 พอราคาสินทรัพย์อ้างอิง St เลยจุดนี้ ราคาก็พุ่งไม่หยุด  ถ้าเจ้ง ราคาสินทรัพย์ต่ำกว่า x จะปล่อยหมดอายุ ขาดทุนแค่ C0 ที่ 5 บาท

ขาย call จะได้เงินมาก่อนที่ 5 บาท ราคาตลาด st ต่ำกว่า x กินเต็ม พอราคาตลาดเกิน x จะเริ่มขาดทุน ตลาดดึงเงินจากพอร์ทไปให้คนซื้อ call คนขาย call ต้องมั่นใจว่า ราคา st จะขึ้นไม่เกิน x ไม่งั้นชิบหายแน่

ซื้อ put เก็งลง ราคาต่ำกว่าราคาใช้สิทธ์ x จะได้กำไร จุดคุ้มทุนอยู่ที่ St = X - P0 = 55-5=50 ยิ่งลงเกินนี้ยิ่งรวย แต่ถ้าขึ้นเกิน x เสียแค่ P0

ขาย put เปิดสัญญาได้เงินมาก่อนที่ 5 บาท ราคาตลาด st สูงกว่า x กินเต็ม ต่ำกว่า x ตลาดจะดึงเงินในพอร์ทไปจ่ายคน ซื้อ put  


เก็งกำไรฐานะสเปรด ระหว่างราคาใช้สิทธ์ (Money spread)


เก็งกำไรจากทิศทางราคาสินทรัพย์


แทงถูกทิศทางรวย
เที่ยบกับฐานนะเดียว Spread จะมีต้นทุนต่ำกว่า กรณี Long และผลขาดทุนมีขีดจำกัด แต่ผลกำไรมีเพดานต่ำกว่าเช่นกัน

  • เสปรดขาขึ้น (bull spread)
  • เสปรดขาลง (bear spread)
bull bear spread

แทงขึ้น
bull call = ซื้อ call ต่ำกินกำไรขาขึ้น ล็อกกำไร ขาย call สูง
bull put = ขาย Put สูง ขึ้นมาได้กิน premium ล็อกขายทุน ซื้อ put ต่ำ

แทงลง
bear put = ซื้อ put สูงกินกำไรขาลง ล็อกกำไร ขาย put ต่ำ
bear call = ขาย call ต่ำ ลงมาได้กิน premium ล้อกขาดทุน ซื้อ call สูง

bull call speard


ใช้เมื่อแทงขึ้น

สำหรับแทงขึ้น ปกติก็ซื้อ Call Option แต่ต้นทุนแพง กลยุทธ์นี้ใช้แทงขึ้น ซื้อ call เหมือนกัน แต่เปิดสถานะ ขาย call เพื่อเอา premium มาลดต้นทุน แลกกับผลตอบแทนที่จำกัดตอนขาขึ้น ถ้ามองว่าจะขึ้นไม่เกินกรอบบนที่ล็อกไว้ กลยุทธ์นี้ก็น่าสนใจ 

1. Long call 1050
.
ราคาใช้สิทธ์ X1 = 1050
ราคา Call C1 = 50
ผลตอบแทน = Max(St - 1050 - 50, -50)
St <= 1050 ผลตอบแทน = -C1= -50
St > 1050 ผลตอบแทน = St-X1-C1 = St - 1050-50 = St - 1010
.
2. Short Call 1150
.
ราคาใช้สิทธ์ X2 = 1150
ราคา Call C2 = 25
.
ผลตอบแทน Min(1150-St+25, +25)
.
St <= 1050 ผลอบแทน = +C2 = +25
St > 1050 ผลตอบแทน = X2-St+25 =1150-St+25 = 1175 - St
.
3.Long Call + Short Call
.
3.1 St <= 1050
ผลตอบแทน -C1 + C2 = -50+25 =-25
.
3.2 1050<St<1150
ผลตอบแทน = (St-X1-C1) +C2 = St -1150 -50+25 = St-1175
.
3.3 St>1150
ผลตอบแทน = (St-X1-C1) +(X2-St+C2)
= X2-X1+C2-C1
= 1150 - 1050 +25 -50 = 75
.
3.3 จุดคุ้มทุน อยู่ตรงกลาง
(St-X1-C1) +C2 = 0
St = X1+C1-C2 = 1050+50-25 = 1075

bull put speard

ได้กราฟเหมือน bull call เน้นแทงขึ้นแต่สร้างด้วย put โดยการขาย PUT ไว้ข้างบน ขึ้นมากินค่า premium แล้วล็อกขาดทุนด้วยการ ซื้อ Put ไว้ข้างล่าง
ขาย put 1150 P0 50 + ซื้อ put 1050 P0 25 ฝั่งขาย put มี Strike Price สูงกว่า

1.ซื้อ Put 1050
X1 = 1050 P1 = 25
ผลตอบแทน Max(St - X1 -P1, -P1)

2.ขาย Put 1150
X2 = 1150 P2= 50
ผลตอบแทน Min(St - X2 +P2 , +P2)

3.ผลตอบแทนรวม

St< 1050
ผลตอบแทน = St - X2 +P2 + St - X1 -P1 = X1 - X2 +P2 -P1 = 1050 -1150 +50-25= -75

1050<St< 1150
ผลตอบแทน = St - X2 +P2 - P1 = St - 1150 +50-25 = St - 1125

St>1150
ผลตอบแทน = P2 - P1 = +50-25 = 25

จุดคุ้มทุน = St - 1150 +50-25 = 0
Stคุ้มทุน = 1125

Bear Call speard


เน้นแทงลง แต่ใช้  call option ด้วยการขาย Call ต่ำๆ ลงมารับกิน premium แล้วล็อกขาดทุนขาขึ้นด้วยการซื้อ call ที่ strike price สูงกว่า

ex ขาย call 1050 @50 ซื้อ call 1150 @25

ขาย call 1050
X1=1050, C1 = 50
ผลตอบแทน Min(X1-St+C1, +C1)

ซื้อ call 1150
X2=1150, C2=25
ผลตอบแทน Max(St-X2-C2, -C2)

St<1050
ผลตอบแทน = +C1-C2= 50-25=25

1050<St<1150
ผลตอบแทน = X1-St+C1 - C2 = 1050-50+25 -St = 1025-St

St>1150
ผลตอบแทน = X1-St+C1 + St-X2-C2 = X1-X2+C1-C2 = 1050-1150+50-25 = -75

Bear Put speard

เน้นแทงลง ด้วยการซื้อ put ที่ Strike Price สูงกว่า ล็อกกำไรด้านล้างด้วย ขาย pur วิธีนี้จ่าย premium น้อยลง แต่ก็จำกัดกำไรไปด้วย
ตัวอย่างๆ ซื้อ put 1150@50 กับ ขาย put 1050@25

ขาย put 1050
X1 = 1050, P1 = 25
Min(St - X1+P1, P1)

ซื้อ put 1150
X2 = 1150, P2 = 50
Max(X2-St-P2, -P2)

St<1050
ผลตอบแทน  = X2-St-P2 + St - X1+P1 = X2 - X1+P2-P1 = 1150-1050-50+25 = 75

1050>St>1150
ผลตอบแทน  = X2-St-P2 + P1 = 1150-50+25 - St = 1125 - St

St>1150 = -P2 + P1 = -50+25 = -25



เก็งกำไรจากความผันผวนของราคาสินทรัพย์อ้างอิง


แทงว่าความผันผวนมากขึ้นหรือลดลง แทงถูกก็รวย
  • สเปรดแบบผีเสื้อ (butterflr spread)
  • กลับด้านสเปรดแบบผีเสื้อ (reverse butterfly spread)
อื่นๆ
  • box สเปรด

สเปรดแบบผีเสื้อ (butterflr spread)

butterfly = sideway ได้เงิน มีเทรนด์ เสีย premium
reverse butterfly = sideway เสียpremium มีเทรนด์ ได้ตังค์

เสปรด แบบผีเสื้อ




Call butterfly spread = (ซื้อ call 1050 + ขาย call 1100) +(ขาย call 1100 + ซื้อ call 1150)
= bull call spred + bear call spread 

put butterfly spread = (ขาย put 1050 + ซื้อ put 1100) + (ซื้อ put 1100+ขาย put 1150) 
= bull put spread + bear put spread 

Reverse call butterfly spread =  ขาย call 1050 + ซื้อ call 1100 + ซื้อ call 1100 ขาย call 1150 
= bear call spread + bull call spread

Reverse put butterfly spread = ขาย put 1050 + ซื้อ put 1100 + ซื้อ put 1100 + ขาย put 1150
= bear put spread + bull put spread
 

ฐานะผสม

มีเทรนด์แล้วได้เงิน

มีเทรนดแล้วได้เงิน ราคา ไม่บาลานซ์





2.2 แนวคิดการใช้ option เพื่อประกันความเสี่ยง

ความเสี่ยงรายรับ กลัวอนาคตขายไม่ได้ราคา ขาย future ซื้อ put option
ความเสี่ยงรายจ่าย กลัอนาคตไม่ได้ซื้อราคาที่อย่ากได้ ซื้อ future ซื้อ call option


2.3 การประกันความเสี่ยงจากราคาตราสารทุน


protective put มีหุ้นแต่กลัวหุ้นตก เลยซื้อ put option 
= ซื้อหุ้น + ซื้อ put option

protective call short หุ้นไว้ แต่กลัวหุ้นขึ้น เลยซื้อ call option 
= short หุ้น +ซื้อ call option

covered call มีหุ้น แต่คิดว่าไม่ขึ้นเลย ขาย call กะกิน premium
= ซื้อหุ้น + ขาย call

covered put short มีหุ้น แต่คิดว่าลงไม่เยอะ เลย ขาย put กะกิน premium เพิ่ม
= short หุน + ขาย put

collar ขายสินทรัพย์ กะขายที่ X2 ต่ำสุดที่ X1
= ซื้อ put x1 ขาย call x2 
ลงต่ำกว่า x1 put กำไร ไปล้างขาลงหุ้น
ขึ้นสูงกว่า x2 ขาดทุน ขาย call ไปล้างลำกำไรหุ้น
ค่า premium ขาย call จะไปหักล้างกับ ซื้อ put

callar ซื้อสินทรัพย์ ซื้อต่ำสุดที่ x1 สูงสุด x2
=ซื้อ call x2 ขาย put x1
ราคาเกิน x2 ได้กำไร
x1-x2 premium หักล้างกัน
ราคาต่ำกว่า x1 ขาดทุน put  พอรวมกับซื้อหุ้นที่ราคาตลาดจะได้ซื้อที่ x1 พอดี
ปัญหาคือจะล็อกขอบล่างไว้ทำไม 555



2.4 การประกันความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ย

คำศัพย์เพิ่มเติม call = cap, put = floor

protective put มีตราสารหนี้อยากล็อกดอกเบี้ยรับ
= ตราสารหนี้ + ซื้อ put บนดอกเบี้ย (foor)

protective call จ่ายดอกอยู่แต่กลัวดอกเบี้ยขึ้น
= ขายตราสารหนี้(ผู้กู้) + ซื้อ call บนดอกเบี้ย (Cap)

collar ดอกจ่าย อยากกำหนดช่วงดอกจ่ายไม่เกิน x1-x2
= ซื้อ cap x2 + ขาย floor x1

ดอกเกิน x2 ได้กำไรจาก cap ไปชดเชยดอกที่เพิ่ม
x1-x2 ค่าpremium หักล้างกัน
ต่ำกว่า x1 ขาดทุนจาก floor ไปชดเชยดอกที่จ่ายน้อยก่ว่า รวมแล้วจาก x1 เหมือนเดิม

callar ดอกรับ อยากรับดอกในช่วง x1-x2
= ซื้อ floor x1 ขาย cap x2

ดอกเกิน x2 ขาดทุน cap ไปชดเชยกับ ดอกตราสารหนี้ที่เพิ่ม (ทำไปทำไมวะ)
x1-x2 ค่า premium หักล้างกัน
ดอกต่ำกว่า x1 กำไรจาก floor ไปชดเชยดอกรับที่ลดลง

jjj

=======================================

อ่านหนังสือมาเยอะแต่ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก


รวม 3 หลักสูตร Online ในคอรสเดียว เรียนจบวิเคราะห์หุ้นได้ทุกตัวในตลาด


✅เเจาะงบราย sector + ประเมินมูลค่า + แกะงบทุกตัวในตลาด(ปีละครั้ง) และสรุปงบ ทุกไตรมาส
✅เรียนOnlineผ่านวิดิโอในfacebookกลุ่มปิด ความยาวกว่า 60 ชั่วโมง
✅ดูได้ตลอดชีพ ไม่มีลบคลิป และไลฟอัพเดทเนื้อหาให้ทันสมัยตลอดเวลา
✅สงสัยถามได้ตลอดเวลา

☀เรียนแล้วได้อะไร☀


✅ดูการ เกิดขึ้นตั้งอยู่และถดถอย ของธุรกิจผ่านงบการเงิน
✅แต่ละช่วงเศรษฐกิจ sector ไหนไป sector ไหนมา และเครื่องมือดูแบบ real time
✅การวิเคราะห์หุ้นกลุ่มการเงิน คุณภาพลูกหนี้ดูตรงไหน
✅กลุ่มธุรกิจบริการ การเติบโต จุดคุ้มทุนดูอย่างไร
✅โรงแรม สื่อสาร ค้าปลีก
✅การวิเคราะห์ธุรกิจผลิต เทคนิคดูกำลังการผลิตของโรงงาน เมื่อไรจะต้องขยายโรงงานใหม่
✅ประสิทธิภาพโรงงานเป็นอย่างไร ใครดีใครด้อย เผยชัดๆ
✅การวิเคราะห์ธุรกิจ ซื้อมาขายไป สิ้นค้าค้างสต็อก เก็บเงินไม่ได้ดูอย่างไร
✅การวิเคราะห์หุ้นกลุ่มรับเหมา
✅การวิเคราะห์หุ้นกลุ่ม อสังหาริมทรัพย์ แบบไวๆ จะโอนได้เมื่อไร
✅การวิเคราะห์หุ้น วงจร รอบมา รอบไป สัญญาณในงบการเงิน
✅หุ้น turn around เจ้ากำลังแอบทำโปรเจกอะไรในงบการเงิน
✅การประมเนมูลค่าของแต่ละ sector ว่ามมีความเหมือนและแตกต่างกันอย่างไร

🔈สอนโดย อ ภัทรธร ช่อวิชิต
นักลงทุนอิสระ เจ้าของผลงานหนังสือ คุ้ยแคะแกะหุ้นเด้ง และเจาะหุ้นร้อนสแกนหุ้นเด้ง

=======================================
แคปรูปตรงนี้มาได้ส่วนลดพิเศษจากปกติ 5000 บาท เหลือเพียง 2,800 บาทเท่านั้น
☎ติดต่อสอบถามและลงทะเบียน (รับจำนวนจำกัด)
line id; pat4310

เพิ่มเพื่อน
=======================================

วันพฤหัสบดีที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

CISA อนุพันธ์1 กลยุทธ์และการประยุกต์ใช้ตราสาร future

future คือการสัญญาซื้อ-ขาย ล่วงหน้า ล็อกราคาไว้ตั้งแต่วันนี้ ค่อยส่งมอบกันในอนาคต ใช้ทำอะไรได้เยอะมาก

1.1 กลยุทธ์การลงทุนในสัญญาฟิวเจอร์ส


  • เก็งกำไร เปิดฐานะในสัญญา เพื่อเก็งกำไรจาการเคลื่อนไหวของราคาในอนาคต และต้องแบกรับความเสี่ยงด้านราคา เช่นเก็งว่า stark จะล้มละลาย ก็ไป short หุ้น และ short future ล้มจริงก็รวย
  • ประกันความเสี่ยง เปิดฟิวเจอร์ให้ไปหักล้างกับสถานะในสินค้าอ้างอิง ถือหุ้น ptt แล้วเก็งว่าหุ้นตก ก็ไป short set50 
  • arbitrage อาศัยความไม่สมดุลกันระหว่าง ราคา spot และ furure มีข้าวอยู่ ราคา future แพงกว่า spot

1.2 การใช้ future เพื่อเก็งกำไร


ฐานะเดี่ยว 


เปิดฐานะในสัญญา 1 ซีรีย์เพื่อเก็งกำไรจากทิศทางราคา
แทงขึ้นเปิด long future หาก E[Ft] หรือ E[St] > F0
แทงลง เปิด shotr future หาก E[Ft] หรือ E[St] < F0 

ฐานะสเปรด 


เปิดฐานะที่มีความสัมพันธ์กัน 2 ซีรีย์ขึ้นไป เพื่อเก็งกำไร

calendar spread

ซื้อตัวเดียวกันคนละเวลา

วันแรก ราคาสัญญา S50MX0 และ S50ZX0 มีค่า 1050 และ 1045 
ต่อมา ราคาสัญญา S50MX0 และ S50ZX0 มีค่า 980 และ 985
calendar spread เปลี่ยนแปลงเท่าไร

spread เอาไกลลบไกล้

วันแรก F* - F = 1045 - 1050 = -5
วันต่อมา F* - F = 985 - 980 = 5
กว่างขึ้น 5- (- 5) = 10 จุด 

inter commodity spread

ซื้อคนละตัว

รายตัว aUX0 และ BUXO ราคา 40 ,60
มองว่า อีก 6 เดือน A จะวิ่งแรงกว่า B
ถ้าซื้อ aUX0 จะลงทุน BUXO อย่างไร

สเปรด Fa - Fb = 40-60 
ถ้า a แรงกว่า สเปรดจะกว้างขึ้น ตอนขึ้น a ขึ้นแรงกว่า ตอนลง ลงน้อยกว่า

ต้องซื้อ 2 ตัวในมูลค่าเท่ากัน

a 30 สัญญา ราคา 40 บาท มูลค่า 30*1000*40 = 1,200,000 
เปิด short อีกฝั่งมูลค่าเท่ากัน 
1,200,000 = x * 1,000 *60 
x = 1,200,000/(1,000 *60 ) = 20 สัญญา

1.3 หลักการใช้ future เพื่อประกันความเสี่ยง


มีสินทรัพย์อ้างอิงแต่ก็กลัวอนาคต

ความเสี่ยงด้านราคา

ความเสี่ยงด้านรายรับ อนาคตรายรับลดลง ขาย future ล็อกราคาขายไว้เลยได้เท่านี้ชัวร์
ความเสี่ยงด้านรายจ่าย อนาคตรายจ่ายเพิ่ม ซื้อ future ล็อกราคาซื้อ อนาคตได้จ่ายเท่านี้ชัวร์

เวลาทำต้องมอง

  • ประเภทสินทรัพย์อ้างอิง 
  • วันส่งมอบ 
  • จำนวนและด้านของสัญญา
กรณีสินทรัพย์อ้างอิงและวันส่งมอบตรงตามความต้องการ
จำนวนสัญญาคำนวณโดย



\[ N_{F} = \frac{Q_{S}}{Q_{F}}, or , N_{F} = \frac{V_{S}}{V_{F}}=\frac{S_{0}Q_{S}}{F_{0}Q_{F}} \]

F ราคาปัจจุบันของ ฟิวเจอร์
Q ตัวคูณ
Nจำนวน

F x Q คือมูลค่าที่ตราไว้ของสัญญาฟิวเจอร์ 1 สัญญา

หลักคือหาจำนวนสัญญาที่ทำให้กำไรของ future 1 ช่องไปชดเชย กำไรขาดทุน 1 ช่องของสินทรัพย์อ้างอิงพอดี

ex มีพอร์ท 200 ล้าน ปิดความเสี่ยง 40% future ราคา 1050 จุดต้องshort กี่สัญญา ถ้ากำไรจุดละ 200

40% ของ 200 ล้าน = 80 ล้าน

80 ล้าน = จำนวนสัญญา x 1050 * 200
จำนวนสัญญา = 80 ล้าน / (1050 * 200) = 380.95 หรือ 381 
จำนวนสัญญาก็ไม่เป๊ะต้องปัดเอา

กรณีวันส่งมอบไม่ตรงตามความต้องการ จะเลือกสัญญาท่มีวันส่งมอบหลังวันที่ต้องการปิดความเสี่ยง แต่หากกังวลเรื่องสภาพคล่องของสัญญา อาจเลือกใช้สัญญาที่มีวันส่งมอบใกล้แล้ว roll over สัญญาในอนาคต

ex หา future ที่วันตรงไม่ได้จะมีความเสี่ยง basis risk
มีสินทรัพย์อ้างอิง + ขายล่วงหน้าไปก่อน กำไรขาดทุนเท่ากับ ราคาขายสินทรัพย์บวกกำไรขาดุนจากฟิวเจอร์ St + (F0 - F1) เอา f0 อยู่หน้าเพราะลงแล้ได้กำไร
จัดรูปใหม่ = F0 - (Ft - St) = F0 - basis t


กรณะสินทรัพย์อ้างอิงไม่ตรงตามความต้องการ ให้เลือกสัญญาฟิวเจอร์ที่ราคาสินทรัพย์อ้างอิงของสัญญามีค่าสหสัมพันธ์กับราคาของสินทรัพย์ที่ต้องการปิดความเสี่ยงที่สุด

กรณีสินทรัพย์อ้างอิงและวันส่งมอบไม่ตรงความต้องการ ต้องปรับการคำนวณ Nf มีสองแบบขึ้นกับประเภทความเสี่ยงที่ต้องการปิด ความเสี่ยงรวม ความเสี่ยงที่เป็นระบบ

1.4 กลยุทธ์การใช้สัญญาฟิวเจอร์เพื่อประกันความเสี่ยง


  • ตราสารทุน
    • หุ้นรายตัว
    • กลุ่มหลักทรัพย์
      • ปรับ sysyematic risk
      • ลด total risk
    • การสังเคราะห์หลักทรัพย์
  • อัตราดอกเบี้ย
    • ดอกเบี้ยรับหรือจ่ายรายงวด
    • ปรับ duration ของกลุ่มการลงทุนในตราสารหนี้
  • อัตราแลกเปลี่ยน

ตราสารทุน


กลุ่มหลักทรัพย์


ลด total risk


\[ N_{F}=\frac{Q_{S}}{Q_{F}} \quad \textrm{or} \quad N_{F}=\frac{V_{S}}{V_{F}}=\frac{S_{0}Q_{S}}{F_{0}Q_{F}} \]

สินทรัพย์อ้างอิงของสัญญา ไม่ตรงตามความต้องการ
\[ N_{F}=\frac{V_{S}}{F_{0}Q_{F}} \times b \]

ค่า b มาจากการทำ regression ของ future กับ สินทรัพย์อ้างอิง

R(S,t) = a + b R(F,t) 

สินทรัพย์อ้างอิง ตรงหรือไม่ตรงตามความต้องการ

ปรับ sysyematic risk


ความเสี่ยงมีความเสี่ยงที่เป็นระบบ และความเสี่ยงไม่เป็นระบบ ที่เป็นความเสี่ยงเฉพาะตัวหุ้นนั้นๆ
เราสามารถหาจำนวนสัญญาที่จะshort แล้วทำให้ค่าเบต้าของกลุ่มการลงทุนหลังประกันความเสี่ยงแล้ว มีค่าเท่ากับ 0 

\[ \beta _{T}=\frac{V_{S}}{V_{S}}\beta _{S} + \frac{F _{0}Q _{F}N _{F}}{V _{S}}\beta _{F} \]
ย้ายข้างหา N
\[ N_{F}= - \frac{V_{S}}{F_{0}Q_{F}} \times \frac{\beta _{S}}{\beta _{F}} \]

ถ้าจะปล่อยความเสี่ยงที่เป็นระบบไว้หน่อย

\[ N_{F}=\frac{V_{S}}{F_{0}Q_{F}} \times \frac{(\beta _{T} -\beta _{S})}{\beta _{F}} \]

Synthetic Securities

สร้างตราสารเองก็ได้

มูลค่าของ future ก็ควรเท่ากับ เอาเงินที่จะซื้อวันนี้ ไปลงทุนตราสารหนี้ riskfree ในช่วงเวลานั้นๆ

VF = Nf *F0*Qf = Vs (1+r)^T

แก้สมการหา Nf ตามสะดวก 

Long riskfree bond = long underlying stock + short future
ซื้อหุ้น ขาย ฟิวเจอร์ ก็เหมือนล็อกราคาไว้แล้วรับผลตอบแทนจากตราสารหนี้

long underying stock = long riskfree bond + long future =long riskfree bond - Short future
lone future = short riskfree bond + long underlying stock


ex การเพิ่ม beta ด้วย future

พอรท 600 ล้าน beta เที่ยบ set=1
อยากให้ beta เป็น 1.2 ด้วย s50future
ราคา 1,000 beta 0.95 ควรให้กี่สัญญา

ต้องซื้อ (600,000,000 / (1,000*200)) * ((1.2-1)/0.95) = 631.5 หรือ 632


ex ลดความเสี่ยงของพอร์ท

พอร์ท 600 ล้าน future ราคา 1000 จุด beta future กับพอร์ท 0.8 (r port = 0.02 + 0.8 r Future + error )

ขาย (600,000,000/(1,000*200)) 0.8 = 2400 สัญญา


ex สังเคราะห์กลุ่มการลงทุนใน set50 

200 ล้าน 6 เดือน
ปันผล 3% ราคา future 1,000 rf 5% 

Long stock = long riskfree + long future ( ราคา future คือมูลค่าปัจจุบันโดยตัว discount คือ riskfree ถ้าซื้อคู่ก็เหมือนซื้อหุ้นนั่นเอง)

เอา 200 ล้านไปซื้อพันธบัตร 6 เดือนได้เงิน 200,000,000*(1+0.025) = 205,000,000
ซื้อ future ต้องจ่ายเงิน Nf*1000*200 = 200,000*Nf

จำนวนสัญญา
205,000,000 = 200,000*Nf
Nf = 205,000,000/200,000 = 1,025 สัญญา

จำนวนหน่วยของหุ้นที่สังเคราะห์ได้ เท่ากับ (1,025*200)/(1+0.05) = 201,970 หน่วย

ถ้าซื้อแล้วเอาเงินปันผลไปลงทุนต่อ สิ้นเดือนที่ 6 จะมีหุ้น 205,000 หน่วย
ที่สิ้นเดือนที่ 6 มูลค่าของฐานะทีี่สังเคราะห์คือ 205,000,000 + (St-1,000)*200*1,025 = 205,000St



อัตราดอกเบี้ย


การปรัการความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยด้วย FRA



ความเสี่ยง = การเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ย หรือการลดลงของราคาตราสารหนี้ในอนาคต

ซื้อ FRA ขาย T bill Future หรือขาย Goverment Bond Future
รับคงที่ T bill Future  จ่าย FRA + จ่าย T bill Future = จ่าย FRA ดอกขึ้นก็จ่ายเท่าเดิม


ความเสี่ยง การลดลงของอัตราดอกเบี้ย หรือการเพ่มขึ้นของราคาตราสารหนี้ในอนาคต

ขาย FRA ซื้อ T bill Future หรือ ซื้อ Goverment Bond Future
รับคงที่ที่ FRA  - จ่าย T bill Future + รับดอก T bill Future = รับ FRA ดอกลงก็รับเท่าเดิม


การปรับค่า Modified Duration MD ของกลุ่มการลงทุนในตราสารหนี้


การกำหนดจำนวนสัญญา Future

\[N_{F}=\frac{V_{B}}{F_{0}Q_{F}}\frac{MD_{T}-MD_{B}}{MD_{F}}\beta_{Y_{B}}\]


beta yb สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่า Yb และ Tf คำนวณโดย regression R Yb = a + b Yf + error 

ex รับเงิน 6 เดือน แล้วฝากต่ออีก 3 เดือน

ลูกค้าคืนเงินกู้ 500 ล้านในอีก 6 เดือน วางแผนว่ารับแล้วจะฝากต่อ 3 เดือน
ได้ดอกเบี้ยเท่ากับ 3 Month BIBOR 
อยากได้ดอกเบี้ยเงินฝากอนาคตตั้งแต่วันนี้

ให้ 6x9 FRA ที่ 5% ต่อปี

ต้องการำหนดดอกเบี้ยเงินฝากอายุ 3 เดือน ล่วงหน้า 6 เดือน
จึงขาย 6x9 FRA ที่ 5% ต่อปี (สูตรป้องกันความเสี่ยงดอกเบี้ยลง)
เพื่อรับดอกเบี้ยคงที่ และจ่ายดอกเบี้ย 3 Month BIBOR ในอนาคต

กำไรขาดทุน = Rt + (5.0%  - Rt) = 5% 


ex ดอกขึ้น อยากลด Duration

กองมูลค่า 500 ล้าน MDb 5 อยากลดเหลือ 4 
future มีราคา 105.65 จุด implied yield Yf 3.2% ต่อปี MDf 4.5 ปี
Yield กลุ่มการลงทุน Yb มีค่าความผันผวน 0.8 เทียบ Yf หรือ yield beta = 0.8

ต้องเปิดขาย future เท่ากับ

(500,000,000 / (1.0565*1,000,000)) *((4 - 5)/4.5) * 0.8 = -84.14 หรือ 84 สัญญา

ถ้าใส่ future ไปด้วย พอร์ท MD จะลดลงน้อยกว่าเดิม

ถ้าอนาคต Yb เพิ่ม 25 bps กลุ่มการลงทุนจะมีมูลค่าลดลง 5x25 = 125 bps เหลือ 500,000,000*(1-0.0125) = 493.75 ล้านบาท

future จะเพิ่ม 25/0.8 = 31.25 bps 
ราคา future ลดลง 4.5*31.25*1.0565 = 148.57 bps
ขาย future จะได้กำไร 0.014857 * 1,000,000 *84 = 1.248

ล้างกันจะเป็น 493.75 + 1248 = 495

เงินขายไป 5 ล้านเท่ากับพอร์ทมี ดุเรชั่น 4 พอดีเป๊ะ

ลดลง 4*25 = 100 bps = 5 ล้านบาท

อัตราแลกเปลี่ยน





=======================================

อ่านหนังสือมาเยอะแต่ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก


รวม 3 หลักสูตร Online ในคอรสเดียว เรียนจบวิเคราะห์หุ้นได้ทุกตัวในตลาด


✅เเจาะงบราย sector + ประเมินมูลค่า + แกะงบทุกตัวในตลาด(ปีละครั้ง) และสรุปงบ ทุกไตรมาส
✅เรียนOnlineผ่านวิดิโอในfacebookกลุ่มปิด ความยาวกว่า 60 ชั่วโมง
✅ดูได้ตลอดชีพ ไม่มีลบคลิป และไลฟอัพเดทเนื้อหาให้ทันสมัยตลอดเวลา
✅สงสัยถามได้ตลอดเวลา

☀เรียนแล้วได้อะไร☀


✅ดูการ เกิดขึ้นตั้งอยู่และถดถอย ของธุรกิจผ่านงบการเงิน
✅แต่ละช่วงเศรษฐกิจ sector ไหนไป sector ไหนมา และเครื่องมือดูแบบ real time
✅การวิเคราะห์หุ้นกลุ่มการเงิน คุณภาพลูกหนี้ดูตรงไหน
✅กลุ่มธุรกิจบริการ การเติบโต จุดคุ้มทุนดูอย่างไร
✅โรงแรม สื่อสาร ค้าปลีก
✅การวิเคราะห์ธุรกิจผลิต เทคนิคดูกำลังการผลิตของโรงงาน เมื่อไรจะต้องขยายโรงงานใหม่
✅ประสิทธิภาพโรงงานเป็นอย่างไร ใครดีใครด้อย เผยชัดๆ
✅การวิเคราะห์ธุรกิจ ซื้อมาขายไป สิ้นค้าค้างสต็อก เก็บเงินไม่ได้ดูอย่างไร
✅การวิเคราะห์หุ้นกลุ่มรับเหมา
✅การวิเคราะห์หุ้นกลุ่ม อสังหาริมทรัพย์ แบบไวๆ จะโอนได้เมื่อไร
✅การวิเคราะห์หุ้น วงจร รอบมา รอบไป สัญญาณในงบการเงิน
✅หุ้น turn around เจ้ากำลังแอบทำโปรเจกอะไรในงบการเงิน
✅การประมเนมูลค่าของแต่ละ sector ว่ามมีความเหมือนและแตกต่างกันอย่างไร

🔈สอนโดย อ ภัทรธร ช่อวิชิต
นักลงทุนอิสระ เจ้าของผลงานหนังสือ คุ้ยแคะแกะหุ้นเด้ง และเจาะหุ้นร้อนสแกนหุ้นเด้ง

=======================================
แคปรูปตรงนี้มาได้ส่วนลดพิเศษจากปกติ 5000 บาท เหลือเพียง 2,800 บาทเท่านั้น
☎ติดต่อสอบถามและลงทะเบียน (รับจำนวนจำกัด)
line id; pat4310

เพิ่มเพื่อน
=======================================