วันเสาร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2554

กลยุทธ์การแข่งขันของ firefox

ในโลกของนักลงทุน ในหัวต้องคิดแต่เรื่อง ผลตอบแทน(Return)และความเสี่ยง(Risk) และงานประจำวันคือคอยตรวจสุขภาพของกิจการที่ลงทุนไปว่ายังมีความสามารถในการแข่งขันเหมือนเดิมหรือเปล่า มีปัจจัยความเสี่ยงอะไรมาทำให้เครื่องจักรผลิตเงินของเราไม่สามารถทำงานได้ตามปกติหรือไม่ สำหรับการลงทุนในหุ้นก็ต้องคอยตรวจว่ากลยุทธ์ระดับองค์กรจะไปทิศทางไหน สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกหรือไม่

สำหรับการแข่งขันในธุรกิจ.com คำกล่าวโบราณที่ว่า"เงินไม่มีขา ต้องให้คนพามา"ก็ยังใช้ได้อยู่ ถ้าดึงให้คนมาใช้บริการได้เยอะๆก็ขายโฆษณาได้เยอะ ธุรกิจ "เว็ปเบราว์เซอร์" ก็เหมือนกันเพราะสมัยนี้ทำงานทุกอย่างผ่านอินเตอร์เน็ตเบราว์เซอร์ก็เป็นเหมือนประตูในการท่องโลกออนไลน์ ทุกครั้งที่เปิดคอมโปรแกรมแรกที่เปิดคือเว็ปเบราว์เซอร์ ดังนั้นถ้าใครสามารถให้คนค้นเน็ตทั่วโลกเป็นล้านๆคนท่องเน็ตผ่านเบราว์เซอร์ตัวเองได้เงินมันก็จะเข้ามา ในปีที่ผ่านมา Mozilla เจ้าของเบราว์เซอร์ firefox สามารถหาเงินได้ถึง 300 ล้านดอลลาร์จากการเซ้นสัญญาของ  กูเกิลว่าจะเอา tool การค้นหาของตัวเองมาใส่ในเบราว์เซอร์[1]

ยุคก่อนที่  firefox จะเข้ามาเจ้าตลาดเว็ปเบราว์เซอร์ก็คือ เล็กนุ่ม(Microsoft) กลยุทธ์ง่ายมากในการเอาชนะ Netscapt ที่เป็นคู่แข่งที่ครองส่วนแบ่งการตลาดถึง 90% โดยเอา Internet explorer ไปรวมเป็นส่วนหนึ่งของ OS ซะ เล่นซะ  Netscapt  หงายท้องไปไม่เป็นเลยทีเีดียวต้องขายกิจการให้ AOL และ AOL ก็ประกาศยุติการพัฒนาในปี 51 [2]

หลังจาก IE ครองตลาดได้ซักพัก ก็มีคู่แข่งใหม่เข้ามาท้าทายคือ Mozilla ได้พัฒนาเบราว์เซอร์ firefox ด้วยกลยุทธ์ความแตกต่างด้วยความ เร็วกว่า มีฟีเจอร์เยอะกว่า และที่สำคัญฟรี ทำให้สามารถดึงส่วนแบ่งการตลาดจาก IE ไปได้เยอะครับ
David Ascher ผู้บริหารของ Mozilla บอกว่า [3] เป้าหมายของ Mozilla คือดึงศักยภาพของเว็บออกมาให้เต็มที่ (จากที่เคยถูก IE6 กดเอาไว้) โดยสร้างเบราว์เซอร์ที่ทำงานได้รวดเร็ว มีฟีเจอร์ที่เป็นประโยชน์ และมีฐานผู้ใช้เป็นจำนวนมาก ซึ่งผลที่ได้ (หมายถึงการออก Firefox) ออกมาค่อนข้างดี นั่นคือเบราว์เซอร์พัฒนาไปเยอะมาก มาตรฐานเว็บก็พัฒนาตาม และเว็บไซต์เองก็น่าสนใจกว่าเดิ

ปัจจุบัน เทคโนโลยีเปลี่ยนไป web service ใหม่ๆ ก็เข้ามามากขึ้น มีคู่แข่งรายใหม่ก็เข้ามาและรายเก่าก็ปรับตัวไม่ยอมแพ้เช่นกันเช่น chrome ของ google ,IE9 ของ micro soft, กลยุทธ์ที่ firefox ใช้ในการแข่งขันก็ต้องปรับตัวจะใช้ business model แบบเดิมไม่ได้อีกต่อไป David Ascher ผู้บริหารของ Mozilla บอกว่า [3] ตอนนี้เบราว์เซอร์ไม่ใช่เรื่องสำคัญเพียงเรื่องเดียวของชี วิตออนไลน์อีกแล้ว เพราะมีประเด็นใหม่อีก 3 ประเด็นที่ปรากฏขึ้นมา และ Mozilla ควรจะให้ความสนใจกับมัน
ประเด็นทั้งสามได้แก่

  1. การทำงานระดับต่ำกว่าเบราว์เซอร์ โดย Mozilla กำลังทดลองผ่านโครงการ Boot to Gecko เป้าหมายของมันคือสร้างประสบการณ์การใช้อินเทอร์เน็ตให้เหมือนๆ กันในทุกที่ โดยเฉพาะบนมือถือที่มีความแตกต่างกันสูงมาก
  2. อัตลักษณ์ของผู้ใช้ (user identity) เมื่ออินเทอร์เน็ตมีความซับซ้อนขึ้น และผู้ใช้ต้องแสดงตัวเพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นๆ มากขึ้น การบริหารจัดการอัตลักษณ์ก็มีความสำคัญเยอะขึ้น แต่ระบบล็อกอินอย่าง Facebook Connect กลับยังไม่ตอบโจทย์ในบางเรื่อง ตอนนี้ Mozilla เลยกำลังทดลองโครงการ BrowserID  ซึ่งเป็น "ระบบ" สำหรับการล็อกอินที่ทำงานได้ข้ามเว็บไซต์ ล็อกอินได้จากตัวเบราว์เซอร์เลย และมีผู้ยืนยันตัวตนได้หลายราย โครงการนี้จะทำงานได้กับเบราว์เซอร์ทุกตัว ไม่ใช่แค่ Firefox เท่านั้น
  3. แอพ ที่หมายถึงแอพทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นแอพมือถือหรือเว็บแอพ โดย Mozilla ทดลองผ่านโครงการ Apps initiative  ซึ่งแบ่งงานออกเป็นสองส่วน ได้แก่การนำเทคโนโลยีเว็บมาสร้างแอพที่ทำงานได้ทุกที่ และสร้างมาตรฐานกลางของการขายและติดตั้งแอพของร้านขายแอพต่างๆ
อีกกลยุทธ์หนึ่งที่ใช้คือกลยุทธ์ alliance strategy โดยจับมือกับ chrome ของ google โดย  Kasting เขียนในบล็อกเขาว่า "เป้าหมายของ Chrome ไม่ใช่แข่งกับเบราว์เซอร์รายอื่นๆ แต่เป็นการผลักดันให้วงการเว็บพัฒนาไปเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ต่างหาก โดยไม่สนว่าใครจะชิงส่วนแบ่งตลาดได้แค่ไหน" [4]

นี่แหละครับสิ่งแวดล้อมทางธุรกิจเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาธุรกิจต้องปรับตัวตลอดเวลา ถ้าปรับตัวไม่ได้ก็ตาย



ที่มา
[1]Blognone.com,"เผยตัวเลขสัญญากูเกิลจ่าย Mozilla ตกปีละ 300 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากเดิม 3 เท่า"
[2]Blognone.com,"ลาก่อน Netscape Navigator"
[3]Blognone.com,"Mozilla บอกสงครามเบราว์เซอร์จบแล้ว เผย 3 ยุทธศาสตร์ใหม่"
[4]Blognone.com,"วิศวกร Chrome บอก Firefox เป็นเพื่อน ไม่ใช่คู่แข่ง"

ไม่มีความคิดเห็น :

โพสต์ความคิดเห็น

สงสัยอะไรถามได้ครับผม